สตีฟ จ็อบส์กับราโชมอน


วอลเตอร์ ไอแซคสันผู้เขียนหนังสือ “สตีฟ จ็อบส์” ที่คุณสุทธิชัย หยุ่นเป็นบรรณาธิการ(แปล) ทำให้ผมมั่นใจมากขึ้นที่จะเลือกทำความรู้จักกับสตีฟ จ็อบส์ผ่านหนังสือเล่มนี้ เมื่อผู้เขียนบอกไว้ใน บทนำ ว่า ปรากฏการณ์อย่างที่เราเห็นในหนังราโชมอนมีให้เห็นอย่างชัดเจนในหนังสือเล่มนี้

steve-jobs1

ผมอยากรู้เหมือนกันว่าหนังสือแปลเล่มนี้จะขายดีมากน้อยแค่ไหน เพราะเราต้องไม่ลืมว่าภาพยนตร์อย่างราโชมอนนั้น ได้รับรางวัลสำคัญๆมากมาย แต่ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ทำ ตลาด ได้ดีเลย มิหนำซ้ำหนังสือเล่มนี้ยังหนาร่วม 670 หน้าอีกด้วย

ผมเดาเอาว่า ผู้อ่าน(และผู้ชม)ส่วนหนึ่ง อยากให้หนังสือหรือภาพยนตร์บอกออกมาชัดๆไปเลยว่า คนๆนี้ดีหรือเลว มากกว่าที่จะต้องมา ตั้งใจอ่านหรือดูอย่างจริงจังและตัดสินเอาเองว่าคนๆนี้ดีหรือเลวอย่างไร

โชคร้ายที่อัตชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ไม่ใช่ชีวประวัติของสไปเดอร์แมนหรือกรีนกอบลิน ที่เห็นกันจะๆไปเลยว่าใครเป็นวีรบุรุษหรือใครเป็นจอมวายร้าย

บางคนอาจจะผิดหวังที่ไม่ใช่หนังสือรวบรวมคำคมหรือถ้อยคำที่ให้แรงบันดาลใจชนิดสำเร็จรูป หรือประเภท how-to ที่จะนำไปสร้างเนื้อสร้างตัวให้ร่ำรวยได้เหมือนอย่างสตีฟ

แต่ผมเห็นว่าไอแซคสันทำได้ดีกว่านั้นมาก เขาช่วยให้ผู้อ่านได้รู้จักสตีฟ จ็อบส์จากข้อเท็จจริง ความรู้สึกและความเห็นของผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมทั้งจากปากคำของสตีฟเอง

ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่คิดจะรู้จักคนๆหนึ่งผ่านปากคำของเจ้าตัวเอง หรือจากใครเพียงคนใดคนหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เพียงด้านเดียว จะไม่มีวันเข้าใจมนุษย์และโลกของเราตามความเป็นจริงได้เลย

เจมส์ วิลเลียม นักจิตวิทยาชื่อดังท่านหนึ่งกล่าวว่า “เมื่อคนสองคนพบกัน จะมีหกคนอยู่ในที่นั้น”*คือ 1) ตัวคุณที่ผมเห็น, 2) ตัวผมที่คุณเห็น, 3) ตัวผมที่ผมเห็น, 4) ตัวคุณที่คุณเห็น, 5) ตัวคุณที่คุณเป็น และ 6) ตัวผมที่ผมเป็น

ถ้า “ผม” ในที่นี้คือสตีฟ จ็อบส์ และ “คุณ” คือทุกๆคนที่สตีฟเคยเกี่ยวข้องด้วยในฐานะต่างๆ จะมีสตีฟสักกี่คนกันที่เราจะต้องทำความรู้จักผ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วคนไหนล่ะที่เป็นเขาจริงๆ (What he really was?)

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นเดียวกับหนังเรื่องราโชมอนที่เปิดช่องให้ผู้อ่านได้เห็นสตีฟ จ็อบส์จากมุมมองของคนอื่นๆ-พ่อแม่ รวมทั้งพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ลูกๆรวมทั้งลูกสาวที่เขาไม่ยอมรับเมื่อเธอแรกเกิด อดีตคู่รัก ภรรยา น้องสาว คู่แข่งทางธุรกิจ ศัตรู มิตรสหายและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งเพื่อนที่กลายเป็นศัตรูในเวลาต่อมา

ผมชื่นชอบสไตล์การเขียนอัตชีวประวัติอย่างในหนังสือเล่มนี้ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีตัวตนจริงๆ มีรัก โลภ โกรธ หลงอย่างที่คนสามัญธรรมดาเขามีกัน ทำถูกได้ ทำผิดได้ ล้มเหลวและประสพความสำเร็จได้ ในบางอย่างบางด้านของชีวิต

ผมคิดว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบไปเสียทุกด้าน เพื่อที่จะได้รับการชื่นชม และในทางกลับกัน ถ้าหากว่าเรา-ที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้จะถูกตำหนิติเตียน วิพากษ์วิจารณ์เอาบ้าง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นอมนุษย์มาจากไหน หากแต่เป็นมนุษย์ธรรมดาๆที่มีทั้งข้อดีและข้อบกพร่องนี้แหละ

ในราโชมอน เราจะเห็นความจริงที่ถูกบิดเบือน เมื่อตัวละครแต่ละตัวต้องโกหกอย่างน้อยก็ในบางส่วน เพื่อให้ตน “ดูดี” ขึ้น

ท่านจะได้เห็นวลี “สนามความจริงที่ถูกบิดเบือน” (reality distortion field) ที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่สตีฟทำอยู่บ่อยๆเพื่อทำให้สิ่งที่ไม่จริงเพราะ(คนอื่นคิดว่า)เป็นไปไม่ได้นั้น กลายเป็นความจริง คือทำให้มันเป็นไปได้อย่างที่(เขา)ต้องการ-ขึ้นมา แต่ในหลายกรณีก็เป็นเพียงความจริงที่ถูกบิดเบือนจริงๆ เท่านั้น

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน ไอแซคสันก็คงได้รับอิทธิพลจากการบิดเบือนนี้ไม่มากก็น้อย  แต่การสัมภาษณ์และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 100 คนของผู้เขียน คงช่วยให้เกิดความสมดุลในสนามความจริงมากขึ้นพอสมควร

ภายหลังการเสียชีวิตของสตีฟและการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ก็มีผู้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของ The Bill & Melinda Gates Foundation ที่สนับสนุนกิจกรรมการกุศลในประเทศต่างๆเป็นเงินนับพันล้านเหรียญ ซึ่งทำให้บิลล์ เกตส์ -ซึ่ง(ในหนังสือเล่มนี้)ดูด้อยกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับสตีฟ จ็อบส์-ดูดีขึ้นมาก เพราะสตีฟแทบไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย

ในขณะเดียวกันก็มีคนออกมาพูดกันมากขึ้นเกี่ยวกับการที่สตีฟกดดันให้คณะกรรมการบริษัทออก Stock Options ให้แก่ตนโดยลงวันที่ย้อนหลัง ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล แม้ไอแซคสันจะกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ด้วยเช่นเดียวกันก็ตาม

ดูเหมือนสตีฟและลอรีน ภรรยาของเขาจะตระหนักดีว่า ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสารนี้ ไม่มีทางที่ใครจะเล่าเรื่องด้านเดียวได้ทุกๆเรื่องและตลอดไป  ลอรีนบอกกับผู้เขียนว่า คุณไม่ต้องฟอกให้มันขาวหรอกนะ……ฉันอยากเห็นเรื่องราวเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาตามความเป็นจริง

สตีฟบอกกับไอแซคสันด้วยว่า จะไม่ควบคุมเรื่องเนื้อหาเลย และจะไม่ขอดูต้นฉบับด้วย มันเป็นหนังสือของคุณ ผมจะไม่อ่านมันด้วยซ้ำ

ถ้าคุณอยากรู้จักสตีฟ จ็อบส์ผ่าน“คำให้การ”ของตัวเขาเอง

ผ่าน“คำให้การ”ของทั้งผู้ที่ชื่นชอบและผู้ที่ไม่ชื่นชมในตัวเขา

และถ้าคุณอยากรู้จักเขาในฐานะที่เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง

ผ่านปรากฏการณ์แบบราโชมอน หนังสือเล่มนี้น่าอ่านครับ

(*อ้างใน Allan Tan “สู่ความเป็นตัวแทนสมบูรณ์แบบ”)

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s