เมื่อ..อยู่ผิดที่ผิดเวลา


แม้ CEO คนหนึ่งบอกว่าชอบไล่คนออก อีกคนหนึ่งบอกว่าเกลียดการไล่คนออก แต่สิ่งที่คนทั้งสองจำเป็นต้องทำ-กลับแทบไม่ต่างกัน

Trump photo

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า ใช่ ผมไล่คนออกมาเยอะ ปกติแล้ว ผมชอบให้ใครๆไล่คนออกด้วย แน่ล่ะ มันเป็นภาระกิจที่น่ารังเกียจ แต่ผมก็ไล่คนออกมาเยอะแล้ว

marcrandolph

มาร์ค แรนดอล์ฟ ผู้ร่วมก่อตั้ง NETFLIX เขียนไว้ว่า ผมเกลียดการไล่คนออก แต่ก็ต้องเจอเรื่องนี้มากกว่าที่คิดไว้มาก ทั้งเป็นฝ่ายต้องไล่คนอื่นออก และอีกสองครั้งที่เป็นฝ่ายถูกไล่ออกเสียเอง

การต้องไล่-คนทุจริตหรือไร้ความสามารถ-ออก ไม่ใช่เรื่องยากและป้องกันได้ ถ้าการสัมภาษณ์และการคัดเลือกดีพอ หรือแม้แต่การลดจำนวนพนักงานลง 3% เพื่อลดต้นทุน 1,500 ล้านเหรียญเพื่อให้บริษัทอยู่รอดและแข่งขันได้ อย่างที่ Pepsi กำลังทำอยู่ในขณะนี้ หากมีเหตุผลชัดเจน

แต่สิ่งที่มาร์คเกลียดนั้น ก็คือ การจำต้องให้คนดีๆออกจากงานโดยไม่มีความผิด ซึ่งถ้าจะพูดว่าคนๆนั้นผิด ก็ผิดแค่เพียง…การอยู่ผิดที่ผิดเวลา…เท่านั้น

เขาบอกว่า สถานการณ์ที่ทำให้คนดีๆถูกให้ออกจากงานเป็นเพราะ…

กลยุทธ์ของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป

กว่าบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่จะรู้ว่า กลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับตัวเองคืออะไร อาจกินเวลาหลายปี ถ้ากลยุทธ์ใหม่ที่ใช้สืบเนื่องมา ต้องการคนที่มีทักษะแบบคนเดิมที่มีอยู่ ก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่ใช่… เช่น เมื่อพบว่าบริษัทจะเติบโตได้ดีกว่าด้วยกลยุทธ์การขายแบบ B2B หรือองค์กรต่อองค์กร ก็ถึงเวลาที่ผู้ที่ช่ำชองกลยุทธ์ใหม่…จะเข้ามาแทนที่คนดีคนเดิมที่ถนัดกลยุทธ์การขายให้แก่ลูกค้ารายย่อย

บริษัทก้าวไปแข่งขันใน League ที่สูงขึ้น

ในระยะเริ่มต้น นอกจากไอเดียดีๆแล้ว บริษัทก็ไม่มีทรัพยากรอื่น จึงหาคนมาทำงานได้ไปตามมีตามเกิด

แต่เมื่อเติบโตจนพร้อมที่จะก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเพราะธุรกิจทำเงินได้มากมาย มีพนักงานนับร้อยคน มีเงินและมีชื่อเสียงพอที่จะดึงดูดคนเก่งๆเข้ามาร่วมงานด้วยแล้ว

เมื่อนั้นเราก็พบว่า บริษัทต้องการรองประธานฝ่ายการตลาดคนใหม่มาแทนที่คนเดิมที่ทำหน้าที่นี้มา ตั้งแต่ครั้งที่บริษัทมีพนักงานทั้งหมดเพียง 6 คน

การเสริมทัพใหม่

บริษัทที่คิดการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ก็อยากจะได้เฉพาะคนเกรด A เท่านั้น เข้ามาเป็นพนักงาน และเมื่อมีเงินและมีชื่อเสียงแล้ว การหาคนเกรด A เข้ามาทำงานก็ไม่ยาก ถ้ายังมี headcount เหลืออยู่

ปัญหาที่แก้ได้ยากกว่าก็คือ จะจัดการอย่างไรกับพนักงานระดับ C ที่รับเข้ามาเพราะความผิดพลาดในการสัมภาษณ์และคัดเลือกก่อนหน้านั้นต่างหาก

สำหรับมาร์ค เรื่องที่เลวร้ายที่สุดคือ การไล่คนที่เคยขอให้มาร่วมเสี่ยง ยืนเคียงข้างกัน ทำงานหนักและช่วยกันสร้างบริษัทในฝันขึ้นมา

แต่อย่างไรก็ตามในฐานะ CEO พวกเขายังต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นพนักงานคนอื่นๆ ผู้บริโภคที่เชื่อมั่นและวางใจว่า CEO จะทำทุกอย่าง แม้ไม่อยากจะทำ เพื่อพวกเขาและความอยู่รอดของบริษัทโดยรวม

มาร์คบอกว่า ในฐานะมนุษย์ที่ดี เราควรพยายามประเมินสถานการณ์ของบริษัทอย่างรอบคอบที่สุด หา“ที่ทางที่เหมาะสม”ให้คนๆนั้นสามารถอยู่ในองค์กรต่อไปได้ แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้-การจ่ายค่าชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรม ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา

สำหรับคนที่เป็นผู้บังคับบัญชา เมื่อประเมินอย่างรอบคอบและปราศจากอคติแล้ว งานสกปรกอย่างนี้ ชอบหรือไม่ชอบ อยากทำหรือไม่อยากทำ-ก็ต้องทำ

โดนัลด์ ทรัมป์ คนที่ “ชอบไล่คนออก” บอกกับเราด้วยว่า Everything in life is luck. และ What separates the winners from the losers is how a person reacts to each new twist of fate.

สำหรับคนดีๆและผู้ชนะที่…อยู่ผิดที่ผิดเวลา  คุณสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ใครๆคิดว่าเป็น เคราะห์ร้าย ให้กลายเป็น โชคดี ได้ด้วยมือคุณ

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s