อาลัยพ่อ ภิบาล ยมจินดา


พ่อเป็นลูกชายคนสุดท้องของขุนพิสิษฐสุนทรการ(พุ่ม ยมจินดา) อดีตนายกเทศมนตรี คนแรกของเทศบาลเมืองตราด กับ นางพิสิษฐสุนทรการ (ฮับ ยมจินดา) เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๖๒ ที่บ้านย่านตลาดขวาง ตำบลบางพระ อำเภอเมือง ซึ่งในขณะนั้น ดูเหมือนจะเรียกว่าอำเภอบางพระ จังหวัดตราด

มีพี่น้องร่วมบิดามารดาอีก ๓ คน ซึ่งได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ทั้งหมดแล้วได้แก่ ฉลวย สมารักษ์ ภรรยา ร้อยตำรวจโท ประจักษ์ สมารักษ์ อดีตนายอำเภอท่าใหม่ จันทบุรี แฉล้ม รีละชาติ ภรรยานายหล่อ รีละชาติ อดีตอธิบดีกรมการศาสนา พิบูล ยมจินดา อดีตเจ้าหน้าที่วิทยาลัยดุสิตพาณิชยการ

พ่อแต่งงานกับแม่ สุจิต นามสกุลเดิม บินลอย เมื่อ ๒๕ ตุลาคม ๒๔๘๖

พ่อมีลูกชายลูกสาว ๖ คน คือ นิภา สมรสกับ ไพบูลย์ คงในสัตย์, ศานิต สมรสกับ สุธานี จันทฑีโร, สุนิสา (ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วในวัยเด็ก), ภรต สมรสกับ ปราณีต กุลทัพ, กฤษณ สมรสกับ พิสมัย ประจันตะเสน และ ภูษิตา สมรสกับ ชยพล คุปติชญานนท์

พ่อจบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูมูล อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี พ่อไม่มีโอกาสศึกษามากไปกว่านั้น เนื่องจากปู่ได้เสียชีวิตไปก่อน และเริ่มรับราชการด้วยการเป็นครูเมื่อ ๔ กรกฎาคม ๒๔๘๔ สอดคล้องกับข้อมูลที่พระเดชพระคุณพระเทพเมธาจารย์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดตราด บอกให้ทราบว่า ท่านเป็นนักเรียนคนหนึ่งในชั้นเรียนของคุณครูภิบาล ยมจินดาที่โรงเรียนวัดบางปรือ ต.ห้วยแร้ง เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้น

ต่อมาย้ายมาทำงานในแผนกสรรพากร เคยเป็นผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดตราด, สมุห์บัญชีอำเภอแหลมงอบ,สมุห์บัญชีอำเภอเขาสมิง, เป็นผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดตราดอีกครั้ง แล้วเป็นสมุห์บัญชีอำเภอเมืองตราด ผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดระยอง สมุห์บัญชีหรือสรรพากรอำเภอแกลง อำเภอเมืองชุมพร และอำเภอศรีราชา ชลบุรีเป็นแห่งสุดท้ายก่อนขอลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุหลายปี

เมื่อรับราชการพ่อไม่รับเงินใดๆที่ไม่สุจริต ดังนั้นเพียงด้วยเงินเดือนข้าราชการ เมื่อลูกๆต้องไปเรียนต่อในกรุงเทพฯพ่อจึงฝากลูกๆไปไว้กับญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนของพ่อ

พ่อทำงานดูแลโรงมันสำปะหลังในเครือตระกูลคำให้กับญาติอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะกลับไปอยู่กับลูกๆที่กรุงเทพฯ ทั้งช่วยลูกซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจ พร้อมๆกันไปกับการเลี้ยงหลานตาหลานปู่หลายคน

พ่อตัดสินใจย้ายกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด เมื่อปี ๒๕๔๐ และได้ร่วมก่อตั้งชมรมอภิบาลสุขภาพขึ้นในราวปี ๒๕๔๒ ซึ่งใช้สถานที่ทั้งที่บ้านของพ่อ และย้ายไปอาศัยบ้านฝั่งตรงกันข้ามอยู่ราวปีเศษจึงได้ก่อสร้างโรงออกกำลังกายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันขึ้นมา

ลูกๆสังเกตเห็นว่า ในห้วงเวลากว่าสิบปีสุดท้ายนี้ พ่อมีความสุข ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ แม้อายุจะล่วงพ้นมากว่า ๘๐-๙๐ ปีแล้วก็ตาม เพราะได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางญาติมิตร สมาชิกของชมรมซึ่งรักใคร่คุ้นเคยกัน

พ่อมักเกรงใจ และไม่ต้องการละเมิดกฎระเบียบใดๆ แม้กระทั่งการเข้ารักษาตัวเป็นเวลานาน ๘๑ วัน ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง เมื่อลูกหลาน ญาติและมิตรสหาย เข้าเยี่ยมในไอซียู ไม่อยากให้เยี่ยมเกินจำนวนคนเยี่ยมและเกินเวลาที่ถูกกำหนดไว้ พ่อขอบคุณและชื่นชมแพทย์, พยาบาลและพนักงานผู้ช่วยที่ช่วยดูแล พ่อคงอยากจะตอบแทนพวกเขา พ่อแสดงความพึงพอใจทุกครั้งที่ทราบว่าลูกๆซื้อของมาฝากผู้ที่ดูแลท่าน

พ่อปลื้มใจมากที่สุดเมื่อมีพระเถระที่นับถือ คุ้นเคย มาเยี่ยมไข้ พ่อยกมือไหว้แล้วเอามือพระเถระมาวางที่ศรีษะ ซึ่งมีทั้ง พระครูพรหมจริยวัฒน์(วัดท่าประดู่) พระครูกิตติสารโกศล(วัดทุ่งไก่ดัก) และพระอาจารย์สุบิน ปณีโต ส่วนท่านพระครูสังฆรักษ์ฯ ได้เข้าเยี่ยมที่ ร.พ.ตราด แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยมที่จันทบุรี เพราะตัวท่านเองอาพาธ

พ่อพักรักษาตัวครั้งสุดท้ายในหอผู้ป่วยวิกฤต ทั้งไอซียูและซีซียูนับตั้งแต่วันที่ ๓ มิถุนายน กระทั่งเสียชีวิตโดยสงบ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓

ลูกๆได้บริจาคเงินให้แก่กองทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจำนวนเงิน ๕๐๐, ๐๐๐ บาท เพื่อประโยชน์สาธารณะ ก่อนที่พ่อจะจากไปไม่กี่วัน เราเชื่อว่าพ่อได้ทราบและอนุโมทนาด้วย

พ่อได้รับเกียรติบัตร จากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมว่าเป็นผู้ดำรงตนอยู่ในคุณธรรมจริยธรรมและบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี ภายใต้โครงการเมืองไทยคนดี ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙

พ่อได้รับการประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้เป็นผู้เสียสละ บำเพ็ญตนในการสร้างเสริมสุขภาพตนเองและชุมชนเป็นอย่างดี

พ่อสอนพวกเราว่า “อย่าเลี้ยงลูกเอาไว้รักคนเดียว ให้คนอื่นเขาได้รักลูกเราด้วย” อาจเป็นเพราะพ่อเชื่ออย่างนั้น พ่อจึงไม่ลังเลใจเมื่อต้องฝากลูกๆให้อาศัยอยู่กับพี่ๆหรือเพื่อนของท่าน พ่อเกรงว่าลูกหลานของพ่อจะไม่รู้จักปฏิบัติตนให้เป็นที่รักของผู้อื่น

พ่อเป็น “ดาวฤกษ์” แม้จะเป็นดาวดวงเล็กๆ แต่ก็มีแสงในตัวเอง พ่อมีคนรัก คนนับถือ ไม่ใช่เพราะพ่อเป็นลูกของใคร ไม่ใช่เพราะเป็นพ่อของใคร แต่เป็นเพราะพ่อเอง-ก็ใส่ใจและนับถือผู้อื่น

แม้อายุล่วงมาถึง กว่า ๙๐ ปีแล้วก็ยัง (เป็นดาวดวงเล็กๆที่) เปล่งแสงด้วยตนเองในเมืองเล็กๆของพ่อ

เนื่องจากการพักรักษาตัวในไอซียูที่ยาวนานเกือบสามเดือนในโรงพยาบาลที่มิใช่บ้านเกิดและห่างไกลจากกรุงเทพฯ ทำให้เราต้องอาศัยความเมตตา ความช่วยเหลือจากบุคคลจำนวนมากมาย ตั้งแต่ลูกๆและหลานๆของพ่อทั้งที่ตราด จันทบุรี กรุงเทพฯ คณะแพทย์ พยาบาล พนักงานผู้ช่วย ของทั้งโรงพยาบาลตราดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลพระปกเกล้า ญาติมิตรในชมรมอภิบาลสุขภาพ พระเถระหลายรูป รวมถึงมิตรสหายมากมายยากที่จะระบุได้ครบถ้วน

ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านและกราบขออภัยหากมีความผิดพลาดบกพร่องทั้งในงานการบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจศพในครั้งนี้

เมื่อวันเกิดปีที่ผ่านมาลูกๆได้แต่งบทกลอนให้พ่อ ผมขออนุญาตนำมาอ่านอีกครั้ง

“๙๐ ปี พ่อภิบาล ยมจินดา”

พ่ออวยให้ ได้เกิด เป็นมนุษย์               ส่งเสริมบุตร ธิดาให้ ได้ศึกษา

โอกาสดี ได้ร่ำเรียน ศิลป์วิทยา                 ทั้งเมตตา เตือนจิตให้ ใฝ่ความดี

เป็นข้าราช การตัวอย่าง ห่างความชั่ว    ไม่เกลือกกลั้ว หนทาง คนฉ้อฉล

ทั้งสินทรัพย์ สร้างไว้ให้ เพียงพอดล        ให้ลูกร่น หนทาง การสร้างตัว

พอศอสอง พันห้าร้อย ห้าสิบสอง        พ่อยังครอง กายแกร่ง กว่าวัยไหว

สุขภาพ แม้อายุ จะล่วงไป                           เก้าสิบปี  เป็นร่มไทร ใหญ่กว่าเดิม

ลูกรวมจิต ขอพระ อวยพรให้                     พ่อจงเป็น ร่มไทร ให้ลูกหลาน

สุขภาพดี นิรทุกข์ อยู่แสนนาน                  ตราบนิพพาน แดนสุดท้าย ได้พบเอย

และบทกลอนก่อนวันคล้ายวันเกิดปีนี้ ชื่อ

“อาลัยพ่อ” พ่อ…..

เกิดหน้าฝน แล้วลาไป เมื่อกลางฝน      ไปไม่พ้น ถึงต้นหนาว อย่างลูกหวัง

อยากฉลอง วันเกิดให้ อย่างเคยจัง            มิอาจรั้ง พ่อไว้ได้ มาวายวาง

ยี่สิบสาม สิงหา ปีห้าสาม                              สงบงาม พ่อล่วงไป ลูกใจหาย

การจากลา ครั้งนี้ แต่เพียงกาย                  สัมพันธ์สาย พ่อ-ลูก นั้น นิรันดรฯ

วันอาทิตย์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๓

About these ads

2 responses to “อาลัยพ่อ ภิบาล ยมจินดา

  1. ตาไม่เคยพูดสอนอะไร แต่ชอบว่าในสิ่งที่ฉันทำ ไม่เข้าหูเข้าตาเลย
    ฉันพยายามทำทุกอย่างอย่าที่ฉันคิดเองว่าดี
    แต่ดูๆไปฉันก็นิสัยเหมือนตาเลย

    แต่ตาก็เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็ก ทุกปิดเทอมฉันต้องเดินทางไปหาตาอยู่จนเปิดเรียนจึงกลับมาหาพ่อแม่

    ฉันรักตาเสมอถึงแม้จะไม่เคยบอกกับตา
    และยังคิดถึงตาเสมอ

  2. ป้องรักตาที่สุดเลย….ตาสอนทุกอย่าง ป้องรู้ป้องดื้อกับตามากแต่ตาก็ยังรักหลานคนนี้เสมอ…ตาเป็นคนดุ แต่ตาก็เป็นคนตรงและเข้มแข็งเสมอ เวลาตาล้มตาจะไม่เคยให้ใครพยุงตาจะลุกขึ้นเอง ตาไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลย ไม่เคยบอกว่าร้อน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s