แหม, รู้อย่างนี้นะ !!


คำอุทานนี้ ฟังคล้ายๆกับว่า เป็นเพราะผู้พูดรู้สึกเสียดาย

เสียดายที่ ไม่รู้ ถ้า รู้ ละก็..ฉันจะทำอย่างนั้นอย่างนี้

แต่เห็นด้วยกับผมไหม คนที่อุทานว่า “แหม,รู้งี้นะ” นั้น

เกือบร้อยทั้งร้อย รู้แล้วทั้งนั้น (ว่าต้องทำอะไร)

แต่เป็นเพราะยังไม่ได้ทำอะไร อย่างที่ควรจะทำ

ท้ายที่สุด ก็เลยต้องมาพูดว่า แหม,รู้งี้

 

มีใครบ้างที่ ไม่รู้ ว่า อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ

มีใครบ้างที่ ไม่รู้ ว่า คนเราอาจเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา

มีใครบ้าง ไม่รู้ ว่าเรา ไม่รู้ ว่าเราจะเจ็บไข้ได้ป่วยเมื่อไร หนักเบาอย่างไร?

มีใครบ้าง ไม่รู้ ว่า คนเราทุกคนต้องตายและที่สำคัญ

มีใครบ้าง ไม่รู้ ว่าเรา ไม่รู้ ว่าเราจะตายเมื่อไร เร็วหรือช้า?

 

คนทั่วไปที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและคนหนุ่มสาว

ไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ น่าจะถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา

 

ดังที่ผมเคยอ้างถึงบทเพลงของท่านมิลาเรปะที่ว่า

 

เมื่อเธอแข็งแรงและสุขภาพดี

เธอไม่เคยคิดว่าความเจ็บป่วยจะมาเยือน

แต่มันมาหาอย่างรวดเร็วฉับพลัน

เหมือนสายฟ้าผ่า

 

เมื่อพัวพันกับเรื่องทางโลก

เธอไม่เคยคิดว่าความตายจะมาเยือน

แต่มันมาหาประหนึ่งฟ้าร้อง

ส่งเสียงกัมปนาทรอบศรีษะ

 

ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุ (ทั้งๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา)จึงเป็นเรื่องไม่แปลกประหลาดอะไร

ที่เราจะได้ยินคนเหล่านี้พากันพูดว่า แหม รู้งี้นะ

แล้วตามด้วยคำพูดที่ว่า น่าจะ ได้ทำอะไรไปก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นๆแล้ว

แม้แต่เรื่องที่เราคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องดี เช่นการมีชีวิตที่ยืนยาวไปถึง 90-100 ปี

ก็อาจจะมีคนพูดว่า แหม รู้งี้ ได้เหมือนกัน

ถ้าไม่เตรียมทรัพย์สินเงินทองเอาไว้ ให้มากพอ ที่อยู่ได้นานขนาดนั้น

 

ตัวแทนและนายหน้าประกันชีวิตมีหน้าที่โดยตรง

ที่จะป้องกันไม่ให้คนที่ท่านรู้จักรักใคร่ต้องพูดว่า แหมรู้งี้

ผู้ที่ได้ทำหน้าที่นี้อย่างดี สมควรได้รับการยกย่องก็มากมาย

แต่ก็มีอยู่อีกไม่น้อยเหมือนกัน ที่กลายเป็นคนที่ต้องพูดว่า แหม รู้งี้ เสียเอง

เมื่อไปเยี่ยมผู้มุ่งหวังที่โรงพยาบาลในขณะที่เขายังไม่มีหรือมีความคุ้มครองไม่เพียงพอ

หรือเมื่อไปงานศพของผู้มุ่งหวังที่อาจเป็นเพื่อนหรือญาติพี่น้องของตนเอง

(เป็นผู้มุ่งหวังที่ไม่มีโอกาสได้เป็นผู้ถือกรมธรรม์กับเขาสักที)

 

เนื่องจากลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังนั้น

เธอไม่เคยคิดว่าความเจ็บป่วยจะมาเยือน

และ เธอไม่เคยคิดว่าความตายจะมาเยือน

ดังนั้น บางครั้งลูกค้าจึงทำท่าเย็นชา ทำท่ารำคาญใจ รู้สึกถูกรบกวน

บางคนพูดจาเสียงดังหน่อย ซักถามมากหน่อย โต้แย้งมากหน่อย ก็เป็นธรรมดา

 

หน้าที่ของเราก็คือ ป้องกันไม่ให้ ผู้คนที่เรารู้จักรักใคร่ทั้งหลาย

ต้องพูดว่า แหมรู้งี้ ในเวลาที่สำคัญที่สุด

(ไม่มีหน้าที่ทำให้พวกเขาเห็นว่า เรา “หน่อมแน้ม” น่ารัก แต่ประการใด)

 

เชื่อเถอะครับว่า อาจมี ภรรยา ที่ไม่ต้องการให้สามีประกันชีวิต

อาจมี พ่อแม่ ที่ไม่อยากทำประกันชีวิต

แต่ไม่มี แม่หม้าย หรือ ลูกกำพร้า คนไหนที่ปฏิเสธเงินจากการประกันชีวิตหรอกครับ

เพราะมันจะมาในเวลาที่ จำเป็น ที่สุด และทำให้เขาอุทานว่า “โชคดีจริง ที่ได้เตรียมไว้”

และ “ขอบคุณจริงๆ”

 

คนทั่วไปที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและคนหนุ่มสาว

ไม่ทันคิดถึงความเจ็บไข้ ความชราและความตาย

หรือแม้แต่การมีชีวิตที่ยืนยาว

และเตรียมแผนทางการเงินเพื่อรับมือกับมัน

น่าจะถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา และอาจให้อภัยได้

 

แต่สำหรับนักวางแผนทางการเงินมืออาชีพ

ควรจะถือว่าเป็นเรื่อง ธรรมดา และ ให้อภัย ได้หรือ?

พวกเราควร ได้รับอนุญาต ให้พูดว่า แหมรู้งี้ ได้หรือ?

 

 

2 responses to “แหม, รู้อย่างนี้นะ !!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s