หลวงปู่ ไม่ได้พูด



เมื่อพ่อป่วยหนักมีพระเถระหลายรูปมาเยี่ยมไข้

เห็นได้ชัดว่าพ่อปลาบปลื้มมาก

ผมเชื่อว่าการได้เห็นพระ จะเตือนให้พ่อนึกถึงบุญกุศล

ที่ท่านได้ทำมา

 

เราจึงนิมนต์พระให้มาเยี่ยมไข้ หลายท่านมาซ้ำอีก ด้วยความเต็มใจ

เสียดายแต่ว่า ครั้งหลังๆนี้ พ่อแทบไม่รู้สึกตัวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าพ่อจะรับทราบได้โดยทางใดทางหนึ่ง

 

ผ่านไปใกล้ครบสองเดือนเต็มในห้องไอซียู

อาการของพ่อทรุดลงเป็นลำดับ

แม้คิดมาตลอดว่า ศรัทธาในศาสนาของผมเป็นแบบวิทยาศาสตร์

มองเห็นเหตุผลว่า การเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

จิตใจก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ที่พ่อกำลังจะจากไป

อย่างไม่มีวันหวนกลับมาอีก

 

คุณเครือวัลย์ ผู้ที่พ่อชื่นชมในความเอาใส่ใจคนไข้ของเธอ

แนะนำผมว่า

มี “หลวงปู่” รูปหนึ่งที่มีผู้เคารพนับถือกันมาก

เป็นพระสุปฏิปันโน การไปกราบท่าน อาจช่วยได้

 

วันรุ่งขึ้น ก่อนเวลาเยี่ยมไข้ ผมขับรถไปถึงวัด

บริเวณวัดเล็กๆเขียวครึ้มด้วยร่มไม้ใหญ่

มีเจดีย์และกุฎิเล็กๆ 3-4 หลัง

สิ่งปลูกสร้างทุกหลังทาด้วยสีเขียวปนฟ้าหม่นๆ

ด้านหลังเป็นธารน้ำใส ไหลเชี่ยว สะอาดตา

 

ผู้ดูแลบอกว่า หลวงปู่ อายุกว่า 80 ปีแล้ว ต้องอยู่ในห้องปรับอากาศ

ท่านต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา

ไม่สามารถหย่าเครื่องช่วยได้ เช่นเดียวกับพ่อ

ผมก็เหมือนกับคนอื่นๆที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปกราบท่านในห้อง

เพราะเกรงว่าท่านจะติดเชื้อโรคจากผู้มาเยี่ยม

ผมจึงก้มกราบท่านที่พื้นหน้าห้องนั่นเอง

 

ผมได้รับถุงอาหารมื้อเช้าและหนังสือธรรมะจากผู้ดูแลๆ

บอกผมว่าสำหรับอาหารนั้น หลวงปู่ เสก แล้ว

 

ขณะออกจากวัดมา แม้ไม่ได้พบหลวงปู่ เห็นหลวงปู่

ยังไม่ได้อ่านหนังสือธรรมะหรือกินอาหารเสกของหลวงปู่

ผมแว่วยินสิ่งที่หลวงปู่ ไม่ได้ พูด ว่า

สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา

และความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นธรรมดา นะลูก”

 

ผมสูดลมหายใจเข้าปอด แล้วค่อยๆปล่อย

รู้สึกถึงลมออกเบาๆที่ปลายจมูก

ก่อนกลับไปหาพ่อที่โรงพยาบาล อีกครั้ง


One response to “หลวงปู่ ไม่ได้พูด

  1. เมื่อไปรับแม่กลับมากรุงเทพฯ หลังจากที่พาหนีภัยน้ำท่วมไปตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม
    เห็นป้ายบอกงานประชุมเพลิงสรีระสังขารหลวงปู่พิศดู ธัมมจารี
    ทำให้ผมย้อนมาอ่านบทความที่ผมเขียนไว้อีกครั้งหนึ่ง และขอบันทึกเพิ่มเติมไว้ดังนี้

    หลังจากผมมากราบหลวงปู่ที่วัดเทพธารทองได้ประมาณ 20 วัน
    พ่อผมก็จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2553

    ผมเพิ่งได้ทราบว่าหลวงปู่เข้ารักษาตัวที่ รพ.พระปกเกล้าจันทบุรีในวันที่ 27 เดือนเดียวกัน และละสังขารไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2554 สิริอายุได้ 88 ปี 2 เดือน ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

    ผมไม่มีโอกาสได้ฟังท่านพูด แต่การละสังขารของท่านย้ำเตือนกับผมว่า…

    “อนิจฺจา วต สงฺขารา
    อุปฺปาทวยธมฺมิโน
    อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ
    เตสํ วูปสโม สุโขติ ฯ”

    “สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ
    มีความเกิดขึ้น และเสื่อมไปเป็นธรรมดา
    เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
    ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับเป็นสุข”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s