บทที่ 1- คำถามเปลี่ยน เปลี่ยนชีวิต


 

เมื่อยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว

ไม่ทำตัวให้ดีและไม่หาทรัพย์ไว้

พอถึงวัยแก่เฒ่า พวกเขาย่อมนั่งซบเซา

เหมือนนกกะเรียนแก่

จับเจ่าอยู่ริมสระที่ไร้ปลา

(พุทธวจนะในธรรมบท- เสฐียรพงษ์ วรรณปก)

 

 

(1)

เริ่มงานอาชีพประกันชีวิต

 

เมื่อถูกชักชวนมาเป็นตัวแทนประกันชีวิต บางทีความคิดแวบแรกของท่านที่ผ่านเข้ามาอาจจะเป็นว่า

  • การประกันชีวิตดีจริงหรือ

และติดตามด้วย

  • ถ้าดีจริงเราจะทำได้หรือ
  • ถ้าทำได้มันจะเหมาะกับเราหรือ
  • ถ้าเหมาะ-มันจะเป็นอาชีพที่มั่นคงยั่งยืนไปจนตลอดชีวิตหรือ
  • เราพูดไม่เก่ง จะขายได้หรือ
  • อาชีพนี้จะเป็นที่ยอมรับของสังคมรอบตัวเราหรือ
  • ผู้คนเขาจะไม่พากันรังเกียจเราหรือ
  • เราจะมีเวลาพอหรือ เฉพาะงานประจำก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว
  • สามี-ภรรยาหรือพ่อแม่จะเห็นด้วยหรือ
  • เราไม่ชอบง้อหรือตื๊อใครเราจะทำได้หรือ
  • ใครๆที่เรารู้จักก็ทำประกันกันไปหมดแล้วจะมีใครให้ขายอีกหรือ
  • ทำแล้วรวยเหรอ สำหรับผม เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง

ผมเองก็เช่นเดียวกับเพื่อนๆ อาการอาจหนักกว่าด้วยซ้ำเพราะบรรพบุรุษของผม ท่านรับราชการมาหลายชั่วอายุคน

มิหนำซ้ำค่านิยมที่ปลูกฝังกันมาในยุคที่ผมเติบโตขึ้นมาคือการรับราชการ อย่างเลวที่สุดก็น่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ

หรือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ เช่น ปูนซีเมนต์ไทย เป็นต้น

ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะสามารถตอบคำถามพื้นฐานเหล่านี้ได้พอสมควร ที่จะทำให้ผู้ที่ตัดสินใจเลือกงานอาชีพนี้

ได้แน่ใจว่าเลือกหนทางเดินไม่ผิด ผมขอเริ่มอย่างนี้นะ

 

 

  • การประกันชีวิตดีจริงหรือ

ช่วยบอกหน่อยได้ไหมครับว่าไม่ดีตรงไหน…

สมมติว่าถ้ามันไม่เป็นอย่างนั้น  คุณจะทำงานนี้ไหมครับ…

ถ้าจะไม่ทำ  ทำไมจึงคิดว่าเราไม่ควรทำละครับ

สมมตินะครับว่า ถ้ามันไม่ดีอย่างที่คุณพูดมาจริงๆ…

จะหมายความว่า งานอาชีพอื่นๆจะ ไม่ เป็นอย่างนั้นแน่ๆใช่ไหมครับ

คุณเคยคิดบ้างไหมครับว่างานอาชีพครู แพทย์ วิศวกร ทนายความ

หรือ งานอาชีพ   เราทำอยู่ในปัจจุบันดีจริงหรือ

  • ถ้าดีจริงเราจะทำได้หรือ

ผมไม่แน่ใจหรอกนะครับว่า  คุณจะทำงานอาชีพนี้ได้หรือไม่

แต่รบกวนช่วยหาเหตุผลดีๆสักข้อสิครับว่า

ทำไมคนอย่างเรา  จึงทำงานที่เราเห็นว่าดี -ไม่ได้

เราเป็นคนไม่มีความสามารถอะไรเลยอย่างนั้นหรือครับ

เราเป็นคนที่ไม่สามารถพัฒนาได้เลยอย่างนั้นหรือครับ

เราเกิดมาเพื่อที่จะล้มเหลวเท่านั้นหรือครับ

อ๋อ…ไม่ใช่หรือครับ ใช่ครับผมไม่เชื่อว่าคุณเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

ผมเองก็ไม่แน่ใจหรอกครับว่า คุณจะทำได้หรือไม่

(ไม่แน่ใจแล้วมาชวนทำไม)

อ๋อ…ทำไมผมจึงมาชักชวนอย่างนั้นหรือครับ

เหตุผลง่ายๆก็คือ เพราะผมไม่แน่ใจว่าใครจะทำงานนี้ได้หรือไม่

ดังนั้น  สิ่งที่ผมทำไปก็เพื่อให้ตัวผมเอง แน่ใจว่า

ถ้าหากว่าคุณ “ใช่” ละก็ จะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญของชีวิต

เพราะว่าบางทีนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของคุณก็ได้

ผมพูดว่า บางที เพราะเราต่างยังไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า

เมื่อเราเป็นคนมีเหตุผล การจะตัดสินว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่

เราควรจะทำอะไรเพื่อพิสูจน์ มากกว่าเพียงแต่ฟังใครสักคนหนึ่ง

หรือคิดคาดเดาไปเองใช่ไหมครับ

 

  • (ถ้าทำได้) มันจะเหมาะกับเราหรือ

คำว่า  “ไม่เหมาะกับเรา” หมายความว่าอย่างไรหรือครับ

หมายความว่าไม่สมกับเกียรติยศฐานะหรือการศึกษา…

เสียดายวิชาความรู้ที่เรียนมาหรือครับ…เราเรียนที่มหาวิทยาลัย

เพื่อให้เรามีข้อจำกัดในการทำงาน มาก ขึ้นหรือ น้อย ลงละครับ

เราเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อให้

จิตใจและทางเลือก ในการดำเนินชีวิตเปิดกว้าง มากขึ้น หรือ

เรียนเพื่อให้จิตใจและทางเลือกในการดำเนินชีวิตหดแคบ ลงละครับ

อย่างที่ผมเรียนให้ทราบแล้วนะครับว่า

ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะทำได้หรือไม่ แต่ถ้าทำได้ และทำสำเร็จด้วย

ยังจะมีเหตุผลอื่นใดอีกละครับ ที่จะไม่เหมาะสม

คุณกำลังหมายความว่างานอาชีพที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน

ไม่ต้องโกหก ไม่ต้องทำผิดกฎหมาย ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย

ไม่มีความเสี่ยงที่เราควบคุมไม่ได้ เป็นอาชีพที่ไม่เหมาะกับเราหรือครับ

ถ้าเช่นนั้นอาชีพชนิดไหนละครับที่จะเหมาะกับเรา

  • เราพูดไม่เก่งจะขายได้หรือ

คุณว่ายน้ำเป็นเมื่ออายุเท่าไรครับ

อ๋อ…เมื่ออายุ 12 ปีหรือครับ

เมื่ออายุ 10 ปี…ว่ายน้ำเป็นแล้วใช่ไหมครับ

ยังไม่เป็น  หรือครับ…คุณกำลังบอกว่า…

คนที่เคยว่ายน้ำไม่เป็นมาก่อน ต่อมาภายหลังสามารถว่ายน้ำเป็นได้

อย่างนั้นหรือครับ  แต่ไม่ใช่อยู่ๆก็เป็น อย่างนั้นถูกไหมครับ

คุณคงต้องหัดว่ายน้ำ ถ้ามีครูแนะนำก็เป็นเร็วหน่อย

ถ้าไม่มีครูก็ใช้วิธีครูพักลักจำ อย่างนั้นก็ช้าหน่อยถูกไหมครับ

ถามจริงๆตอนฝึกว่ายน้ำจมน้ำสำลักน้ำบ้างไหมครับ…(เคยครับ/ค่ะ)

สำลักหรือครับ  ทำไมไม่เลิกเสียละครับ ไปทนทรมานอยู่ทำไม

อ๋อ…อยากว่ายน้ำเป็นหรือครับ

คุณกำลังบอกผมว่า ถ้าอยากเป็น…ต้องอดทนอย่างนั้นถูกไหมครับ

ถ้าทน “สำลักน้ำ” กับงานอาชีพประกันชีวิตสักระยะหนึ่ง

แล้วมีรายได้เพิ่มจากเดิมอีกสัก 5 ถึง 10 เท่าจะเสียหายอะไรไหมครับ

คุณขี่จักรยานเป็นเมื่ออายุเท่าไร อ๋อ…เมื่อสิบเอ็ดขวบหรือครับ

ยังพอจำได้ใช่ไหมครับว่า เมื่ออายุเก้าขวบขี่จักรยานได้แล้ว

อ๋อ…ตอนนั้นยังไม่ได้หรือครับ

นั่นก็หมายความว่าก่อนที่เราจะขี่จักรยานได้เราเคยขี่ไม่ได้มาก่อน

ถูกไหมครับ ก่อนที่เราจะขี่ได้เราคงต้องหัดขี่ใช่ไหมครับ

สมัยเมื่อผมยังเด็กเราไม่มีจักรยานแบบที่มีล้อเล็กๆยันเอาไว้ให้

เคยล้มบ้างไหมครับ ล้มหรือครับ เจ็บใช่ไหมครับ

ล้มแล้วนั่งแช่อยู่ตรงนั้นหรือเปล่าครับ

อ๋อ…ลุกขึ้นมาหัดขี่ต่อไปอีกใช่ไหมครับ ทำไมไม่นั่งต่อไปละครับ

ไม่มีประโยชน์ใช่ไหมครับ อยากขี่เป็นใช่ไหมครับ

เจ็บก็ไม่เลิกใช่ไหมครับ

ถ้าในงานอาชีพนี้อาจต้องล้มบ้างเจ็บบ้างแล้ว (พูด) เก่งขึ้นทุกวัน

ขายเก่งขึ้นทุกวันมีเงินมากขึ้นทุกวัน ดีไหมครับ

เราอยากว่ายน้ำเป็น ก็เพราะรู้ว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

เราอาจต้องข้ามแม่น้ำหรืออาศัยการเดินทางทางน้ำ

ไปสู่จุดหมายปลายทาง

เราอยากขี่จักรยานเป็น ก็เพราะเรารู้ว่า

มันพาเราไปถึงจุดหมายเร็วกว่า การเดินเท้า ถูกไหมครับ

ถ้าเรารู้ว่าการพูดสื่อสารได้ดีเป็นเครื่องมือสำคัญ

ที่จะทำให้เราประสพความสำเร็จในชีวิต และเราก็รู้ตัวว่ายังไม่เก่ง

เราอยากฝึกฝนให้เก่งไหมครับ

  • เราจะมีเวลาพอหรือ เฉพาะงานประจำก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว

ขอโทษนะครับ คุณคงใช้เวลาไปกับเรื่องที่สำคัญๆ

เสียจนหมดสิ้นแล้วใช่ไหมครับ…(ลองหาคำตอบจริงๆดู)

คุณผู้หญิงครับ สมมติว่าคุณมีลูกเล็กๆสองคน คนหนึ่งอายุห้าขวบ

อีกคนหนึ่งอายุสามขวบ ในขณะที่คุณกำลังผัดข้าวในกระทะบนเตาไฟ

ให้ลูกได้รับประทาน สามีของคุณเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟา

หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านแล้วขอน้ำเย็นจากคุณ เป็นไปได้ไหมครับว่า

บางทีคุณอาจบอกว่า  “ไม่ว่าง” ไปหยิบเอง กำลังผัดข้าวให้ลูกไม่เห็นหรือ

ผมขอสมมติอีกครั้งคราวนี้คุณกำลังผัดข้าวอยู่

เพื่อนบ้านข้างๆชะโงกหน้าข้ามรั้วมาตะโกนบอกคุณว่า

“พี่ๆลูกพี่ตกลงไปในน้ำ” คุณจะตอบเหมือนกับที่ตอบสามีเมื่อสักครู่นี้ไหม

คงไม่-ใช่ไหมครับ ทำไมหรือครับ ทำไมจึงไม่บอกว่า “ไม่ว่าง”

เพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญกับชีวิตของเราใช่ไหมครับ

ถามจริงๆเถอะครับ เรื่องที่เราจะหารายได้เพื่อให้มีเงินเก็บให้ลูก

สักปีละ 500,000 บาท เป็นเรื่องสำคัญใช่ไหมครับ

  • อาชีพนี้จะเป็นที่ยอมรับของสังคมรอบตัวเราหรือ

แพทย์เป็นอาชีพที่ถือกันว่าทรงเกียรติ ถูกไหมครับ

ขอโทษนะครับ ขอถามตรงๆว่า

หมอที่ไม่ควรได้รับเกียรติมีบ้างไหมครับ

การเป็นครูบาอาจารย์เป็นงานอาชีพที่ถือเป็นปูชนียบุคคล

แต่ก็มีครูอาจารย์บางคนที่ไม่ใช่ปูชนียบุคคลถูกไหมครับ

การที่จะได้รับการยอมรับหรือไม่

น่าจะอยู่ที่อาชีพหรือคนทำอาชีพ มากกว่ากันครับ

ถ้าในระหว่างที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้

คนกวาดถนนคนหนึ่งนำเอากระเป๋าสตางค์ของคุณที่ทำหล่นไปมาคืนให้

โดยเงินนับหมื่นบาทและเอกสารทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วน

คุณคงเห็นด้วยกับผมว่าคนๆนี้มีเกียรติเป็นที่ยอมรับได้ใช่ไหมครับ

  • เราไม่ชอบง้อหรือตื๊อใคร เราจะทำได้หรือ

คุณไม่เคยง้อหรือตื๊อใครเลยใช่ไหม

คุณจะไม่ทำ – แม้ว่าจะทำให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์

(ถ้าบังเอิญมีใครเรียกมันว่าเป็นการง้อหรือตื๊อ) อย่างนั้นหรือครับ

ถ้าวันหนึ่งสามีภรรยาคู่หนึ่งทะเลาะกันเพราะสามีทำผิด

สามีรู้ตัวว่าผิด เย็นวันนั้นกลับบ้านเร็วกว่าปกติ

รีบหาอาหารจานโปรดมาเตรียมไว้ให้ภรรยา

ภรรยายังโกรธไม่หายยังคงไม่มองหน้าและไม่ยอมพูดด้วย

ทั้งสองอาบน้ำเสร็จแล้วเข้านอน ภรรยานอนหันหลังให้

สักครู่หนึ่งสามีเอื้อมมือไปแตะไหล่ ภรรยาเลื่อนตัวหลบ

เพราะยังโกรธไม่หาย ตกดึกสามีพยายามอีกครั้งเอื้อมมือไปกอด

อย่างนี้ใช่ไหมที่เรียกว่าง้อ อย่างนี้ใช่ไหมครับที่เรียกว่าตื๊อ

ผมถามจริงๆว่า หากคุณเป็นภรรยาและสามีคุณทำกับคุณอย่างนี้

คุณจะโกรธมากไหมครับ  คุณจะรู้สึกแย่กับการง้อหรือการตื๊อของสามีคุณ

หรือว่าคุณชอบ

ถ้าเราเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน เมื่อเรามองผ่านจากกระจกห้องทำงาน

เห็นลูกค้าที่มาเติมน้ำมันคนหนึ่งแสดงอาการไม่พอใจเด็กลูกจ้างของเรา

เพราะไม่ระมัดระวังทำท่อน้ำมันกระแทกถูกตัวถังรถคันใหม่ของเขา

ผมเดาว่าคุณคงออกจากห้องมาดูแลนะครับ ผมคาดเดาต่อไปว่า

คุณคงเข้าไปขอโทษลูกค้า และอาจต้องดุเด็กของคุณว่าทำอย่างนี้ไม่ได้

ระวังหน่อย ขอโทษนะครับ – ใช่ไหม

ทำไมต้องทำอย่างนั้นล่ะ อยากให้เขาใช้บริการอีกใช่หรือเปล่า

อย่างนี้เรียกว่าง้อหรือเปล่าครับ

ผมถามจริงๆ ถ้าหากว่ามีใครสักคนยอมง้อบ้าง ตื๊อบ้าง

แล้วทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขได้รับประโยชน์

พ่อยอมง้อแม่ หรือแม่ยอมง้อพ่อ ไม่ทะเลาะกัน

ลูกมีความสุข เสียหายอะไรไหม

ถ้าลูกค้าเข้าใจเจตนาของเราผิดเรียกความพยายาม ของเรา

เป็นการ ตื๊อ มันเสียหายมากเลยหรือครับ

ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้ไปจนจบ

คุณจะรู้ว่า  เราสามารถขายได้โดยไม่ต้องง้อไม่ต้องตื๊อ

ถ้าผมสามารถพิสูจน์ให้คุณเห็นได้ว่า เราสามารถทำงานอาชีพนี้ได้ดี

โดยไม่ง้อหรือตื๊อ คุณจะทำงานนี้ไหม

(โปรดตรวจสอบดูจากบทที่ว่าด้วยคำถามมาตรฐานว่ามีคำพูดในทำนองง้อหรือตื๊อหรือไม่)

  • งานนี้ต้องออกไปหาลูกค้าใช่ไหม

ครับ เราต้องเป็นฝ่ายออกไปหาลูกค้า ไม่ใช่นั่งรอให้ลูกค้ามาหาเรา

ถ้าเราเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน ทุกๆ วันนั่งรอลูกค้าขับรถเข้ามาเติมน้ำมัน

สมมติว่า เรามียอดขายจากการนั่งรอแบบนี้เดือนละสักหนึ่งแสนบาท

สมมติต่อไปว่าคุณรู้แน่ๆ ว่า ถ้าคุณออกไปพบลูกค้าสัก 20-30 ราย

ที่เป็นบริษัทห้างร้านที่มีรถยนต์หลายคัน  ใช้น้ำมันเดือนละมากๆ

ชักชวนให้เขาทำสัญญาเติมน้ำมันกับคุณเป็นประจำ

ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอีกสักเดือนละหนึ่งหรือสองแสนบาท

ถามจริงๆ คุณคิดว่าคุ้มไหมกับการต้องตากหน้า ออกไปหาคนอื่น

ถามจริงๆ เถอะครับ

ระหว่างงานอาชีพที่เราสามารถ ควบคุมความเป็นไปของมันได้

กับงานที่เราไม่สามารถ ควบคุมได้ คุณจะเลือกงานแบบไหน

ผมมั่นใจว่าคุณจะเลือกแบบแรก   เห็นด้วยกับผมไหมว่า

หากงานอาชีพกำหนดให้เราตั้งรับ รออยู่ว่าจะมีลูกค้าเข้ามา

ทำธุรกิจกับเราไหม ก็ต้องจัดว่าเป็นอาชีพที่เราไม่สามารถ

ควบคุมปริมาณและคุณภาพของธุรกิจได้

ตรงกันข้าม หากงานอาชีพกำหนดให้เราต้องเป็นฝ่ายรุก

ออกไปแสวงหาผู้มุ่งหวังและโอกาสในธุรกิจได้  ก็ต้องจัดว่า

เป็นอาชีพที่เรามีอำนาจควบคุม ความเป็นไปของธุรกิจได้มากขึ้น

  • ทำแล้วรวยเหรอ สำหรับผม เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง

ถูกแล้วครับ เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง

เห็นด้วยกับผมไหมว่า  เราไม่ควรถือเอาเงินเป็นพระเจ้า

อย่าว่าแต่เป็นพระเจ้าเลย  เพราะเงินไม่ควรเป็น แม้เพียง นาย”

เงินจะเป็นได้ดีที่สุดก็เพียงแค่บ่าวรับใช้เท่านั้น

เพื่อนๆคงเห็นด้วยกับผมว่า  แม้มีเงินก็ไม่อาจซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้

ย้ำอีกครั้ง แม้มีเงิน ก็ไม่อาจซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้

เพื่อนๆ ที่รัก  ทั้งที่มี เงินก็ยังไม่อาจซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้

แล้วถ้าไม่มี ล่ะ …แล้วถ้าไม่มีล่ะ

เมื่อพูดถึงเงิน ผมหมายถึง สิ่ง ที่นำอาหารที่ดีมาให้ครอบครัวของเราได้บริโภคดื่มกิน

สิ่ง ที่นำเอาเครื่องนุ่งห่มที่เพียงพอและมีคุณภาพมาให้ครอบครัวเรา

สิ่ง ที่ทำให้บ้านที่อยู่ของเรามีสภาพและบรรยากาศที่เหมาะแก่การอยู่อาศัย

สิ่ง ที่นำหยูกยาและการรักษาพยาบาลมาให้แก่คนที่เรารักและบุพการีของเรายามเจ็บป่วย

สิ่ง ที่นำพาลูกหลานของเราไปเรียนโรงเรียนที่เหมาะสม

สิ่ง ที่นำเอาการพักผ่อนหย่อนใจมาสู่ครอบครัวของเรา

สิ่ง ที่เราได้ใช้จ่ายเพื่อการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และการกุศลต่างๆ  เหล่านี้ล้วนต้องใช้เงิน ทั้งสิ้น


ข้อความที่เป็นพุทธวจนะในธรรมบทกล่าวว่า

เมื่อยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว

ไม่ทำตัวให้ดีและไม่หาทรัพย์ไว้

พอถึงวัยแก่เฒ่า พวกเขาย่อมนั่งซบเซา

เหมือนนกกะเรียนแก่

จับเจ่าอยู่ริมสระที่ไร้ปลา

และ

เมื่ออยู่ในวัยหนุ่มสาว

ไม่ทำตัวให้ดี และไม่หาทรัพย์ไว้

พอถึงวัยแก่เฒ่า พวกเขาย่อมนอนทุกข์

ทอดถอนรำพึงถึงความหลัง

เหมือนธนูหัก (ใช้ยิงอะไรก็ไม่ได้)

ผมทราบดีว่าแม้จะได้ตอบปัญหาในใจของท่านบางประเด็นไปแล้ว

แต่ก็แน่ใจว่ายังมีปัญหาคาใจหลงเหลืออยู่ ช่างเถอะปล่อยให้มันผ่านไปก่อน

เพราะบางทีท่านอาจจะพบคำตอบเมื่ออ่านต่อไปอีกสักหน่อย

ทีนี้เรามาว่าถึงอาการอย่างหนึ่งของพวกเรา – คนทำงานประกันชีวิต  “ ไม่กล้า – ความกลัว ”


10 responses to “บทที่ 1- คำถามเปลี่ยน เปลี่ยนชีวิต

  1. ขออนุญาติถามหน่อยครับ เพราะผมพึ่งโผล่มา อาจไม่รู้ พี่ทำบริษัทประกันใดครับ
    เผื่อผมอาจจะมีโอกาส ใด้เรียนรู้งานประกัน

  2. เป็นประโยชน์มากครับ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีหนังสือที่ ผอ.เคยเขียน ผมโชคดีครับที่ยังมีอยู่จึงนำมาอ่านทบทวนอีกครั้ง และจะนำไปแบ่งปันคนอื่นครับ

  3. ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยให้ Feedback กลับมา

    ผมกำลังปรับปรุง Blog นี้ต่อไปทั้งในแง่เนื้อหาและทางด้านเทคนิคการทำ Blog
    ในเรื่องหลังนี้ ผมยังรู้ไม่มากพอที่จะวางรูปของหนังสือลงไปใน Blog อย่างที่ต้องการได้
    การจัดรูปประโยคเพื่อการอ่านยังไม่สามารถทำเช่นเดียวกับในหนังสือที่เป็นกระดาษ
    ดังนั้นในขณะที่อ่าน บางทีต้องจินตนาการการวางรูปของประโยคเอาเอง
    เพื่อให้ได้อรรถรสเต็มที่ สำหรับการแจ้งข่าวสารเมื่อมีการโพสต์เรื่องใหม่ๆ
    ผมทำไว้เป็นสองอย่างคือบอกรับโดยทางอีเมล์ และโดยการคลิกที่ RSS
    อย่าลังเลที่จะเขียนมาอีกนะครับ

  4. คอยมานานแล้วค่ะ อยากให้คุณภรตรวมเล่มค่ะ สะดวกต่อการอ่าน และพกพาสะดวก
    เล่มเล็กๆเหมือนที่เคยเขียน ชอบมากค่ะ เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญให้ตัวแทน และผู้บริหารด้วยค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s