บทเรียนจากนาธาน โอมาน



เมื่อยังเป็นเด็ก ผมชื่นชอบเรื่องราวที่เล่าใน ศาลาโกหก

ที่อ่านแล้วหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง

รู้สึกชื่นชมและทึ่งในจินตนาการของผู้เขียน

ที่เล่าเรื่องราว ที่เราต่างก็รู้ว่าไม่จริง ได้อย่างขบขัน

สนุกสนาน น่าติดตาม

ตรงกันข้ามกับเรื่องเล่าของนาธาน

 

เมื่อได้ดูและฟังนาธาน

บอกผ่านรายการ วู๊ดดี้เกิดมาคุย ว่า เขา

โกหกเพราะมีคนบางคนบอกให้โกหก

โกหกเพราะไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างนี้

โกหกแล้วทำให้คนอื่นสบายใจ ก็โกหกไป

โกหกเพราะคิดว่ามีเวลาพอจะทำให้กลายเป็นจริงตามนั้น

โกหกโดยไม่ได้เจตนาที่จะโกหก หรือเพราะ

โกหกมาแล้ว จึงจำเป็นต้องโกหกต่อไป เพื่อปกปิดการโกหกครั้งก่อน!

 

นี่ไม่ใช่การโกหกเพื่อความบันเทิงเริงใจ

หรือเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นอย่างแน่นอน

ตรงกันข้าม มันเป็นการโกหกเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

 

นาธานไม่ยอมระบุว่าเป็นใคร

ที่สอนให้สร้างเรื่องโกหกขึ้นมา

เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีชื่อเสียง

จะมีงานแสดงหรือได้โชว์ตัวมากขึ้น

พูดง่ายๆก็คือ โกหกเพื่อชื่อเสียงเงินทองนั่นล่ะ

 

การสร้างเรื่องเป็นลูกครึ่งเนปาล และนามสกุลอย่าง โอมาน

จะช่วยทำให้ตัวเองเป็นสินค้าที่อินเทรนด์มากขึ้นในวงการบันเทิง

ก็เลยบอกว่าเป็นอย่างนั้น ไม่ได้เจตนาที่จะโกหก

 

ดูจากปฏิกิริยาต่อคำพูดของนาธานในเวบไซต์ YouTube

แสดงให้เห็นว่าทุกคนรับไม่ได้ และไม่เชื่อว่าต่อไปนาธานจะไม่โกหก

แม้คำพูดของนาธานในรายการนี้เองก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวโกหก

 

ยังดีที่นาธานตอบว่ารู้สึกขยะแขยงตัวเอง

เมื่อถูกถามว่าหลังจากถูกจับได้ว่าโกหกแล้วรู้สึกอย่างไร

แต่ก็ไม่รู้ว่านาธานรู้สึกอย่างนั้นจริงหรือเปล่า

 

คุณอลัน ตัน อาจารย์ท่านหนึ่งของผม

พูดบ่อยมากแทบจะทุกครั้งที่บรรยายว่า

ไม่มีสิ่งใดมีคุณค่าควรแก่การโกหก

 

เราอยู่ในแวดวงประกันชีวิต หลักสำคัญก็คือ

ความสุจริตใจอย่างยิ่งต่อกัน หรือ Utmost Good Faith

ไม่ว่าบริษัทจะโกหก หรือลูกค้าจะโกหก ต่างก็ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น

ยิ่งเรานักขายมืออาชีพ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ยิ่งต้องรักษาความน่าเชื่อถือไว้วางใจอย่างถึงที่สุด ในฐานะตัวกลาง

 

แม้การโกหกหรือการปกปิดความจริงบางอย่างในบางครั้ง

อาจทำให้เราบางคนได้ผลงาน เงินทอง การยอมรับมากยิ่งขึ้น

แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เราไม่สมควร จะได้รับไม่ใช่หรือ

 

ความสุข ความสำเร็จ ชื่อเสียงและเงินทองที่ยั่งยืนนั้นมาจาก

ความซื่อสัตย์ ความใส่ใจ ความรักในงาน ความสม่ำเสมอ

ความรู้และการทำงานหนักเท่านั้น ไม่ใช่การโกหก

 

เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ผมเห็นคนอย่างนาธานในวงการของเรามาบ้าง

แม้พวกเขาจะได้รับอะไรที่ดีหรือมากกว่าคนอื่นๆไปบ้างในตอนต้น

แต่ลงท้ายพวกเขาก็ต้องชดใช้คืนกลับไปยิ่งกว่าที่ได้รับมา

เช่นเดียวกับนาธานที่ต้องจ่ายคืนทั้งเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ

ความนับถือตนเอง และจิตวิญญาณก็ตกต่ำลงไปยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

วงการของเรามีคนสำเร็จมากมาย ที่ประสพความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ด้วยคุณธรรมและความสามารถ เป็นแบบอย่างไว้ให้เดินตาม

 

โปรดระลึกไว้ว่า

 

ไม่มีสิ่งใด ที่มีคุณค่ามาก พอที่เราจะโกหก เพื่อให้ได้มา

 


10 responses to “บทเรียนจากนาธาน โอมาน

  1. ขออ้างคำของพระเทพดิลก(ระแบบ จิตญาโณ)มาตอบคุณสุขสวัสดังนี้ “การพูดที่จัดเป็นมุสาวาท ท่านแสดงองค์ประกอบไว้ 5 ประการคือ “เรื่องนั้นเป็นเรื่องไม่จริง ตนรู้ว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องไม่จริง จิตคิดจะกล่าวเรื่องนั้นแล้วกล่าวออกไป คนฟังรู้เรื่องที่กล่าวนั้น” เมื่อครบองค์ 5 ประการได้ชื่อว่าเป็นมุสาวาท
    ดังนั้น เมื่อถูกถามแล้วไม่ตอบ ผมฟันธงว่า ไม่ถือว่าเป็นการโกหก
    แต่ในหลายๆสถานการณ์ การไม่ตอบก็ไม่ช่วยให้รอดนะ….ผมว่า

  2. ผมได้รับเมสเสจจากน้องคนหนึ่งเป็นการส่วนตัว
    แต่ผมเห็นว่าควรเผยแพร่ จึงขออนุญาตนำมาลงดังนี้
    “พี่ภรต, ติ๋วชอบ blog เรื่องที่เกี่ยวกับ “การโกหก” นี้จริงๆ เพราะเชื่อว่าการโกหกเป็นประตูไปสู่ความชั่วร้ายอื่นๆทั้งหมด
    ก่อนที่ตัดสินใจจะแต่งงานกับคุณเดช หนึ่งในสองสามเรื่องที่ติ๋วขอก็คือ เขาจะต้องไม่โกหกติ๋วเด็ดขาด
    เพราะใครก็ตามที่เริ่มโกหก ก็เท่ากับไม่เคารพอีกฝ่ายหนึ่งและ
    เมื่อใครคนนั้นได้รับประโยชน์จากการโกหก เขาก็จะเสพติดการโกหก
    ดังนั้นคำถามที่ติ๋วไม่เคยถามคุณเดชเลยตลอดชีวิตแต่งงานของเราก็คือ
    “คุณไป(อยู่ที่)ไหนมา?” เพราะติ๋วไม่อยากทำให้เขาต้องโกหก
    ถ้าเขาไปอยู่ในที่-ที่เขาไม่อยากจะบอกเรา
    ดังนั้น ติ๋วจึงดีใจมากที่พี่เขียนเกี่ยวกับบทเรียนจากกรณีนาธาน โอมาน
    ขอบคุณที่นำความคิดดีๆอย่างนี้มาแบ่งปันกับพวกเรา”

    • เป็นไปได้ไหมว่า “คนพาล” ที่มีน้ำใจนั้น แท้จริงแล้วมิใช่คนพาล
      อาจเป็นเพราะรูปลักษณ์ภายนอกทำให้ดูเหมือนเป็นอย่างนั้น
      ส่วนบัณฑิตนั้น ถ้าไร้น้ำใจ ซึ่งถ้าหมายความถึงไร้ความเมตตากรุณาแล้ว
      แม้ภายนอกจะดูดีหรือมีดีกรีต่อท้ายชื่องดงามน่าภาคภูมิก็คงยังไม่อาจเรียกว่าบัณฑิตได้

  3. ธรรมชาติของมนุษย์เห็นแก่ตัว และทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด อยู่ที่ว่าใครจะรู้สึกสำนึกรับผิดชอบชั่วดี…โลกนี้วุ่นวายนักจึงได้ชื่อว่า คน คน คน

  4. เกียรติยศ ชื่อเสียง ความร่ำรวย ต้องได้มาบนพื้นฐานของความถูกต้องถึงจะภูมิใจ ขอบคุณมากครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s