อย่ารอ..จนถูกขายจะได้ไหม??


 

เมื่อกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ-หลายๆวัน-เป็นครั้งแรก

ผมไปหยิบยืมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่มาจากเพื่อนสนิท

ซึ่งเขาไม่ได้ใช้มันมานานกว่า 3 ปีแล้ว

เราพบผืนขนแกะขนาดใหญ่ห่อม้วนอยู่ในนั้น

 

เพื่อนบอก ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่า ตอนนั้น “คิดยังไง ถึงได้ซื้อมา”

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่ได้คลี่ออกมาดู..อีกเลย

 

มีสินค้ามากมายหลายชนิด ถูกขาย มาเช่นนี้ ด้วยฝีมือของนักขาย

และนักการตลาด ผู้รู้ ความลับ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค

 

แต่น่าแปลก ที่ไม่มีใครพูดว่า สินค้าอื่นๆนั้นก็ ถูกขาย ไม่ได้ถูกซื้อ

อย่างเช่นที่พูดๆกัน..เมื่อพูดถึง..ประกันชีวิต

 

Lee Hsien Loong กล่าวในการสัมมนาการประกันภัย

เมื่อครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตราว 90% นั้น

ถูกขายออกไป ไม่ได้ถูกซื้อ (Life insurance is sold, not bought.)

 

ด้วยเหตุผลหลากหลาย- บางสาเหตุผมได้เอ่ยถึง..บ้างแล้วในบางตอนของซีรี่ส์

“ไม่แปลกที่ท่านไม่สนใจประกันชีวิต” -ทำให้ลูกค้าเกือบทั้งหมดถือกรมธรรม์

โดยที่ตนเองไม่ได้หาซื้อ แต่เพราะตัวแทนหรือนายหน้าพยายามขาย

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจจะเกิดความเสียหายอะไรได้บ้างไหม?

 

ลองคิดถึง การออกไปช็อปปิ้งที่ห้างโดยไม่มีแผน,

ไม่มี Shopping List หรือรายการสินค้าที่จะซื้อ..เอาไว้ล่วงหน้า

การช็อปปิ้งครั้งนั้น..อาจจบลงด้วยการ..ซื้ออะไรๆที่ไม่จำเป็น มามากมาย

แต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ กลับตกหล่นไป-ไม่ได้ซื้อ

 

เราจะพบว่า ของที่เราซื้อกลับมาบ้านนั้น บ่อยครั้งเป็นเพราะ

“ต่อมซื้อ” ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จน..ลืมตัวลืมใจ

เพราะสินค้านั้นถูกตกแต่งจัดวางไว้อย่างสวยงาม

ชวนให้น่าครอบครองเป็นเจ้าของ เสียนี่กระไร!

 

ไหนจะ..การส่งเสริมการขาย ลดกระหน่ำ พร้อมของแจกของแถม, การขายล้างสต็อก,

การจำกัดจำนวนสินค้า หรือจำกัดเวลา ภาพการเข้ากลุ้มรุมเบียดเสียด แย่งชม แย่งซื้อ

ยิ่งเร่งเร้าให้รีบซื้อ ด้วยเกรงว่า..จะพลาดของดี..ในราคาพิเศษ

 

เธอ ซื้อ สินค้าหรือว่าเธอ ถูกขาย กันเนี่ยะ!!??

 

 

การซื้อเพราะถูกกระตุ้น

อย่างระงับใจไว้ไม่ได้นี้

เรียกว่า impulse buying

เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ

แทบไม่มีเหตุผล ความจำเป็น

เจือปน เอาเลย!

 

 

ปัญหา..ที่อาจเกิดติดตามมาก็คือ..เงินทองขาดมือ

ไม่มีเงินใช้จ่ายเพื่อความจำเป็นตามพันธะภาระที่ตนมีอยู่

เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ,

เกิดความรู้สึกผิด เสียดายเงิน ที่เผลอใจซื้อ หรือได้สิ่งที่ผิดไปจากความคาดหวัง,

ยิ่งถ้าคนที่บ้านไม่เห็นด้วย ก็เกิดมีปากเสียงกัน

 

เพราะเป็นการตัดสินใจอย่างฉับพลัน ไม่ได้คิดให้รอบคอบ

ผมไม่แน่ใจว่า..ถ้าเราได้กรมธรรม์มา..เพราะถูกขายอย่างจู่โจม

ไม่ว่าจะต่อหน้า หรือโดยทางโทรศัพท์

เราจะได้แผนความคุ้มครองหรือแบบประกันที่เหมาะสม

กับความจำเป็นและสถานะทางการเงินของเรา…หรือเปล่าหนอ?

 

จริงอยู่ ต่อให้เรา ถูก “ขอ” ประกันชีวิต ไม่ใช่แม้กระทั่งถูก “ขาย”

แล้วเราก็ลืมไปแล้วว่า เราซื้อแบบความคุ้มครองอย่างไร ชนิดใดก็ตาม

เมื่อเกิดภัย..ตามความคุ้มครอง นั้นขึ้น

เราก็ยังคงได้ประโยชน์เต็มที่ตามสัญญา..อย่างไม่ต้องสงสัย

โดยไม่ขึ้นกับเหตุผล หรือท่าทีในการซื้อเลยสักนิดเดียว!

 

และแม้โดยส่วนตัว ผมจะเชื่อว่า การประกันชีวิตนั้น….

มี..ดีกว่า..ไม่มี

มีมาก..ดีกว่า..มีน้อย และ

มีวันนี้..ดีกว่า..มีพรุ่งนี้ ก็เถอะ!

 

ผมก็ยังอยากเห็น……..

กรมธรรม์ประกันชีวิต ของเรา ถูกซื้อ มากกว่า ถูกขาย อยู่ดี!!!!

อยากเห็น..เราเป็นฝ่ายรุก และสนุกกับการหาซื้อ

เพราะเราเท่านั้น ที่ รู้ดีที่สุดว่า อะไรเหมาะที่สุด สำหรับเราและคนที่เรารัก!!

อย่า รอ จนถูกขาย..จะได้ไหม ?? อย่ารอให้ใคร..มาบงการ !!

แล้วเราจะพบว่า การซื้อนั้น..ยังสนุกและ “สุขได้อีก….เยอะเลย!”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s