บทที่ 6 – คำถามเปลี่ยน เปลี่ยนชีวิต


ถ้อยคำที่ทำให้เราหวั่นไหว

ถึงขนาดที่จะเลิกงานอาชีพนั้น

เป็น ถ้อยคำ ที่ตัวผู้พูดเอง

ก็ไม่เคยได้คิดได้ไตร่ตรองจริงจังว่าถูกต้องหรือไม่

(6)

ความสงสัยคือ ผู้ทรยศ

จิตที่สงสัยคือจิตที่สับสน จิตที่สับสนเป็นจิตที่ไม่มีพลัง จิตที่ไม่มีพลังไม่อาจขับเคลื่อนการกระทำใดๆ ได้ ดูเหมือนว่า ทุกครั้งเมื่อเราเข้ามารับการฝึกอบรมหรือฟังการบรรยาย เราจะเกิดความเชื่อมั่นศรัทธา มีกำลังใจ มีพลัง คิดใหญ่ฝันใหญ่ รับเอาความเชื่อมั่นไว้เต็มเปี่ยม เราเชื่อว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

 

แต่เมื่อออกเดินตลาดไประยะหนึ่งเราก็เริ่มสงสัยว่าใช่อย่างที่เราคิดหรือเปล่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หรือ ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่เราคิด กันแน่ ถ้าเราเชื่อว่า ความสงสัยคือผู้ทรยศ อย่าปล่อยให้ ผู้ทรยศลอยนวล สร้างความเสียหายให้เราอีกเลย

 

งานอาชีพประกันชีวิตเป็นอาชีพที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดในโลก

  • ไม่มีอะไรจะทำแล้วหรือ ถึงต้องมาเป็นตัวแทนฯ
  • งานเดิมเป็นอย่างไรละ จึงต้องมาทำงานนี้
  • สามีเธอทราบหรือยังว่า เธอมาทำงานนี้ เขายอมให้ทำหรือ
  • ครอบครัวเราก็ไม่ได้ลำบากถึงขนาดต้องให้ลูกมาทำงานอย่างนี้นะ

ฯลฯ

 

ผมได้ยินถ้อยคำทำนองนี้จนคุ้นเคย และรู้ว่าผู้พูดเองก็ไม่ได้ประสงค์ร้ายแต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกเป็นห่วงญาติพี่น้องลูกหลานคนรู้จักที่มาทำงานอาชีพนี้เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะเคยเห็นคนที่รู้จักหลายคนเข้ามาทำงานนี้อยู่ระยะหนึ่งและเลิกราไปในที่สุด ไม่ประสพความสำเร็จอย่างที่คาดเอาไว้ ไม่ว่าผู้พูดจะรู้สึกหรือเข้าใจถูกผิดอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผู้ที่เพิ่งตัดสินใจเข้ามาทำงานอาชีพนี้รู้สึกหวั่นไหว เกิดคำถามว่าทำไมผู้คนรอบตัวจึงพากันคัดค้าน ไม่เห็นด้วย หรือแสดงท่าที ประหลาดใจที่เราเลือกงานอาชีพนี้

 

  • ประกันชีวิตโกง
  • ไปไม่รอดหรอก เชื่อเถอะเห็นมาหลายคนแล้ว แรกๆก็พอได้หรอกหมดญาติก็จบ…เลิก

นักขายใหม่ๆ บางทีได้ยินอย่างนี้ ก็คิดว่าคงไปไม่รอด เพราะดูเหมือนว่าใครๆก็มีข้อโต้แย้งที่ดูมีเหตุผลทั้งนั้น ถ้อยคำที่ตัวผู้พูดเองก็ไม่เคยได้คิดได้ไตร่ตรองจริงจังว่าถูกต้องหรือไม่ ไปกระตุ้นให้ ผู้ทรยศ ของเรามีงานทำ ตัวเราเองซึ่งเพิ่งได้ความคิดดีๆมาว่า เราจะกำหนดชะตาชีวิตของเราด้วยมือของเราเอง ก็ทำท่าว่าจะ ฝากอนาคตของตนไว้กับลมปากของคนบางคน เสียแล้ว

ถ้าเราจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เราต้องค้นคว้าว่าที่เขาว่ามานั้นมันจริงหรือเปล่า

 

ประกันชีวิตโกง

  • คุณสมสมัยคงมีประสบการณ์มาด้วยตัวเองเลยใช่ไหมคะ ไม่ใช่เหรอคะ อ๋อ เป็นญาติถูกโกง โกงอย่างไรหรือคะ
  • คุณสมสมัยคะในฐานะที่ทำธุรกิจค้าอะไหล่รถยนต์ คุณสมสมัยทราบใช่ไหมคะว่า ถ้าเราขายอะไหล่เทียมออกไปโดยไม่บอกให้ลูกค้าทราบ และคิดราคาเดียวกับอะไหล่แท้ เราจะทำกำไรได้มากขึ้นอีกมากทีเดียว
  • แต่ดิฉันเชื่อว่าเราคงไม่ทำอย่างนั้นถูกไหมคะ ทำไมเราจึงไม่ทำละคะ อ๋อ เสียชื่อเสียงอย่างนั้นใช่ไหมคะ
  • เป็นไปได้ไหมคะ คุณสมสมัย ที่บริษัทประกันชีวิตที่เป็นบริษัทมหาชนเองก็คิดเหมือนคุณสมสมัย ต้องการรักษาชื่อเสียง เช่นเดียวกับร้านของคุณสมสมัยเหมือนกัน
  • ถ้าเด็กหน้าร้านของคุณสมสมัยขายของชิ้นหนึ่งออกไป สักสองสามวันลูกค้ากลับมาบอกว่าของที่ซื้อไปนั้นเป็นของปลอม
  • เราคงต้องขอให้เขานำอะไหล่ชิ้นนั้นมาให้เราดู เราคงต้องขอตรวจสอบก่อนนะคะว่าเป็นจริงอย่างนั้นหรือเปล่า
  • ถ้าบังเอิญเด็กของเราไม่อยู่ เราบอกให้ลูกค้ารอสักครู่ ขอสอบถามจากเด็กก่อนแล้วจะแก้ไขปัญหาให้ แต่ถ้าลูกค้าจะเอาเดี๋ยวนี้ และโวยวายว่าเราโกงจะไม่ยอมเปลี่ยนให้ อย่างนี้อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างไหมคะ

หรือ

  • คุณสมสมัย ผมต้องขอโทษนะครับ ร้านก๋วยเตี๋ยวในซอยนี้(คนกินแน่นเต็มร้าน) ขายดีมาก ผมว่าเขาทราบนะครับว่ายอดขายขนาดนี้ ถ้าเขาลดคุณภาพของเส้นก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมู ผักและ ส่วนประกอบ ต่างๆ ให้มีคุณภาพต่ำลง เขาจะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกมากเลย
  • แต่ผมเชื่อว่าเขาไม่ทำอย่างนั้นหรอก คุณสมสมัยเห็นด้วยไหมครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่าเขารู้ว่าถ้าเขาทำอย่างนั้น เขาจะได้กำไรเพิ่มในช่วงแรก ที่ลูกค้าไม่ทันสังเกตเห็น แต่ไม่นานหรอกครับ คนจะหนีกันหมด
  • คุณสมสมัยคิดว่าเจ้าของบริษัทประกันชีวิต จะคิดอย่างเดียวกับเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวไหมครับ

 

ไปไม่รอดหรอก

เชื่อเถอะเห็นมาหลายคนแล้ว แรกๆ ก็พอได้หรอกหมดญาติก็จบ…เลิก

  • คนที่สมสมัยพูดถึงนี่ เขาคงพยายามเต็มที่ ขยันพบลูกค้า ไปรับการอบรมเป็นประจำ แต่ก็ยังล้มเหลวใช่ไหมคะ

 

เสี่ยงเกินไป

ที่จะเอาชีวิตตัวเองและครอบครัวไปผูกพันไว้กับงานที่มีรายได้ไม่แน่นอน รายได้สูงก็ต้องเสี่ยงสูงใช่ไหม

  • ใช่ครับ ความเสี่ยงที่จะขายได้หรือไม่ได้ในแต่ละรายมีสูง แต่ก็เช่นเดียวกับหลักการจัดการความเสี่ยงอื่นๆ คือ เราต้องกระจายความเสี่ยงออกไป
  • ถ้าผมทำงานนี้เป็นอาชีพด้วยการขายเป็นร้อยเป็นพันครั้ง เห็นด้วยไหมว่า การทำงานอาชีพประกันชีวิตก็อาจจะกลายเป็น อาชีพที่ความเสี่ยงที่จะล้มเหลวต่ำ ได้ผลตอบแทนสูง ….และ แน่นอนที่สุดผมจะไม่มีวันลืมผู้ที่ให้โอกาสผมได้สำเร็จในงานนี้เลย
  • ถ้าเราเปิดร้านค้าแล้วเปิดขายบ้าง-ไม่เปิดบ้าง  ร้านค้านั้นก็มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวสูงใช่ไหมครับ
  • พนักงานที่มาทำงานบ้าง-ไม่มาทำงานบ้าง มีความเสี่ยงที่จะถูกให้ออกจากงานสูงใช่ไหมครับ
  • ตัวแทนประกันชีวิตที่ทำงานบ้าง-ไม่ทำงานบ้าง มีความเสี่ยงสูงมากที่จะล้มเหลวใช่ไหมครับ
  • ถ้าเป็นเจ้าของร้านค้า เป็นพนักงาน เป็นตัวแทน-ที่ขยันขันแข็งทำงานสม่ำเสมอ ความเสี่ยงที่จะล้มเหลว-ก็น่าจะต่ำลงใช่ไหมครับ
  • ไหนๆก็มีความเสี่ยงอยู่ในทุกๆ งานอาชีพอยู่แล้ว จะเสียหายไหมครับ-ถ้าเสี่ยงแล้วได้ผลตอบแทนสูงกว่า

 

ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้อยคำที่ทำให้เราหวั่นไหวถึงขนาดที่จะเลิกงานอาชีพนั้น เป็น ถ้อยคำ ที่ตัวผู้พูดเองก็ไม่เคยได้คิดได้ไตร่ตรองจริงจังว่าถูกต้องหรือไม่ และหลังจากที่เขาพูดไปแล้ว ก็ไม่ได้สนใจว่าจะเป็นผลอย่างไรต่อใครบ้าง บางครั้งพูดแล้วเขาก็ลืมไปเลย ส่วนเราเก็บเอามานั่งคิด เกิดความรู้สึก เกิดความสงสัย ลังเล หยุดทำงานและล้มเหลว คราวนี้เขาใช้ ลมปาก ลิขิตอนาคตของคุณได้สำเร็จแล้วใช่ไหม? เรื่องราวของชีวิตคุณได้กลายเป็นอีก ตัวอย่าง ของความล้มเหลว ที่คนพวกนี้ใช้ทำลายอนาคตของคนดีๆ อีกนับแสนนับล้านคน

ขอได้โปรดช่วยกันพิสูจน์เถิดว่า พวกเขาพูดผิดเพราะคุณไม่มีวันล้มเหลว

One response to “บทที่ 6 – คำถามเปลี่ยน เปลี่ยนชีวิต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s