ที่..ผิดเพราะใช้..ผิดคน


เถาจูกง อภิมหาเศรษฐีในยุคที่แผ่นดินจีนแตกแยก
เป็นหลายแคว้นเมื่อหลายพันปีก่อน มีลูกชาย3 คน

คนรองไปทำผิดและถูกขังคุก เถาจูกงจึงตัดสินใจ
ส่งบุตรชายคนที่สาม ไปเจรจาเพื่อขอชีวิตไว้

เมื่อบุตรชายคนโตทราบข่าว จึงเรียกร้องกับเถาจูกงว่า
หน้าที่ดังกล่าวควรตกเป็นของตน พร้อมกับขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย
หากบิดาไม่ยินยอม

เถาจูกงจึงสั่งให้บุตรคนโตนำเงินทองจำนวนหนึ่งไปให้จวงเซิง
ซึ่งเป็นเพื่อนของตนในแคว้นฉู่ พร้อมทั้งกำชับว่า
ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของขุนนางผู้นี้อย่างเคร่งครัด

จวงเซิงที่ดูภายนอกเหมือนคนซ่อมซ่อ
หากทว่าฉลาดลึกซ่อนคม มีวิธีแยบยล
ในการทำให้เจ้ารัฐฉู่ปล่อยตัวลูกชายคนเล็กของเถาจูกง

ลูกชายคนโตไม่เห็นว่าจวงเซิงจะได้ทำอะไร
เพื่อช่วยเหลือน้องชายของตน หรือถึงแม้จะทำ
ก็ไม่ได้มีอะไรที่สลักสำคัญ จึงไปทวงเงินคืน

จวงเซิงรู้สึกเสียหน้าและผูกใจเจ็บ
จึงพลิกแพลงไหวพริบของตนอีกครั้ง
เพื่อทำให้เจ้ารัฐฉู่สั่งประหารลูกชายคนเล็กของเถาจูกง

เมื่อเถาจูกงทราบเรื่อง ก็เศร้าสลดเสียใจอย่างสุดซึ้ง
พร้อมกับสารภาพว่า รู้แต่แรกแล้วว่า
ลูกชายคนโตมีสิทธิฆ่าน้องเขาทั้งที่รักน้องมาก

เนื่องจากลูกชายคนโตช่วยเหลือตนเองทำธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
รู้ว่าเงินทองไม่ใช่หามาโดยง่าย จึงเกิดเสียดายเงินทองขึ้นมา
ตรงกันข้ามลูกคนเล็กเติบโตในกองเงินกองทอง
จึงไม่ตื่นเต้นกับทรัพย์สมบัติ

เดิมทีตนเองก็ตั้งใจจะส่งลูกคนเล็กไป
แต่สุดท้ายก็จำต้องยอมให้ลูกคนโตไปแทน
เพราะทนการวิงวอนไม่ไหว ซึ่งเท่ากับ
ส่งคนไม่ถูกประเภทไปทำงาน จึงเกิดความเสียหาย

(คัดลอกบางตอนจาก “รู้ทันเงิน”)
http://www.siamintelligence.com/money-and-wisdom

บันไดกับความสำเร็จ


ความมีประสิทธิภาพ คือ การทำเรื่องนั้นๆได้อย่างถูกต้อง
ความมีประสิทธิผล คือ การเลือก-เรื่องที่จะทำ-ได้อย่างถูกต้อง

“Efficiency is doing the thing right.
Effectiveness is doing the right thing.”
(Peter F. Drucker)

James Matuszak's photostream

การจัดการ (Management) คือ
ประสิทธิภาพในการไต่บันไดแห่งความสำเร็จ
ส่วนการเป็นผู้นำ (Leadership) คือ
การตัดสินว่า นี่เป็น
บันไดที่พาดขึ้นไปสู่ความสำเร็จหรือไม่

“Management is efficiency in climbing the ladder of success;
leadership determines whether the ladder is leaning against the right wall.”
(Steven R. Covey)

(ภาพจาก James Matuszak’s photostream)

เมื่ออยากจะยกย่องชื่นชมใครสักคน!!


การยกย่องชื่นชมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ที่ผมเคยได้รับ ก็คือ
เมื่อมีผู้ถามผมว่า ผมคิดอะไร
และตั้งใจจดจ่อฟังคำตอบของผม

transcendentalists.com

The greatest compliment that was ever paid me was
when one asked me what I thought, and attended to my answer.

Henry David Thoreau (1817 – 1862)

(ภาพประกอบจาก transcendentalists.com)

นรกและสวรรค์


 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ซามูไรนายหนึ่งไปที่วัดและถามพระว่า
“ท่านบอกข้าฯหน่อยได้ไหมว่านรกและสวรรค์เป็นอย่างไร”
พระตอบว่า
“บอกไป เจ้าก็ไม่รู้เรื่องหรอก เพราะเจ้าน่ะโง่เกินไป”
ใบหน้าของซามูไรแดงก่ำและบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
พระยังคงพูดต่อไปว่า
“อีกอย่าง หน้าตาของเจ้ายังน่าเกลียดมากๆด้วย”
filmsquish.com

ซามูไรร้องตวาดและชูดาบขึ้นหมายจะฟัน
“นั่นล่ะ” พระพูดต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้านว่า คือนรก”
ซามูไรได้สติจึงค่อยๆลดดาบลงและก้มศีรษะลงคำนับ
“นั่นแหละ” พระพูดต่อ “คือสวรรค์”

(เรียบเรียงจาก www.facebook.com/laughteryogaamerica
และภาพจาก filmsquish.com)

ไม่พูด


บางครั้ง การไม่พูด..พูดมากที่สุด

“Saying nothing…sometimes says the most.” 

 

Emily Dickinson (1830 –1886)

 

ความล้มเหลวคือแม่แห่งความสำเร็จ


          ถ้าคนเราอยากจะได้รับความสำเร็จในการงาน นัยหนึ่ง ได้รับผลตามที่คาดคิดไว้ ก็ต้องทำให้ความคิดของตนสอดคล้องกับกฏของโลกภายนอกทางภววิสัยให้ได้ ถ้าไม่สอดคล้องแล้ว ก็จะประสบความล้มเหลวในการปฏิบัติ.

          เมื่อได้ผ่านความล้มเหลวมาแล้ว คนเราก็รับเอาบทเรียนจากความล้มเหลวนั้นๆมาแก้ไขความคิดของตนให้สอดคล้องกับกฏของโลกภายนอก, ดังนี้ คนเราก็จะสามารถเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นความสำเร็จได้ คำว่า “ความล้มเหลวคือแม่แห่งความสำเร็จ” “พลาดไปครั้งฉลาดขึ้นหน่อย” นั้น ก็หมายถึงเหตุผลดังกล่าวนั่นเอง.

kids.britannica.com

(เหมาเจ๋อตุง, “ว่าด้วยการปฏิบัติ” ภาพจาก kids.britannica.com)

6 คำถามเพื่อสัมภาษณ์-ผู้สัมภาษณ์


ใครๆมักคิดไปว่า การตอบคำถามได้ดีจะช่วยให้เราได้งาน
แต่ผู้เชี่ยวชาญ
Andrew Sobel กลับบอกว่า
ผู้ที่ถามคำถามได้น่าประทับใจมีโอกาสได้งานมากกว่า

healthcareers.umn.edu

เมื่อถูกถามว่า มีคำถามอะไรไหม?
คนส่วนใหญ่จะตอบว่าไม่มีคำถาม
หรือไม่ก็ถามคำถามที่ไม่ได้เรื่อง เช่น
ที่นี่เขาทำอะไรกันบ้าง อย่างนี้เป็นต้น
มีน้อยคนมากๆที่ถามคำถามได้น่าประทับใจ

Sobel สังเกตเห็นว่า การตั้งคำถาม
ที่กระตุ้นให้เกิดความคิดที่น่าสนใจ
จะทำให้ผู้ถามดูโดดเด่นกว่าคนทั่วๆไป
คำถามที่ดีน่าจะเป็นอย่างนี้…

1) ถามคำถามที่แสดงว่า เราทำการบ้านมาแล้ว
เราไม่เพียงแต่รู้ความเป็นไปของบริษัทเท่านั้น
แต่คำถามยังสะท้อนว่าเรารู้จักคิดอีกด้วย เช่น
ทำไมบริษัทจึงเลือกที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่
แทนที่จะกระตุ้นสินค้าตัวเดิมที่ยังคงขายได้ดีอยู่

ถามว่า ทำไม ซึ่งเป็นคำถามเปิด
หลีกเลี่ยงคำถามที่ชนิดที่ตอบว่า ใช่ หรือไม่ใช่

2) ถามเกี่ยวกับตัวผู้สัมภาษณ์อย่างไม่ละลาบละล้วง เช่น
ท่านชอบอะไรมากที่สุดในการทำงานที่นี่ครับ? หรือ
ผมเข้าใจว่าท่านเติบโตกับที่นี่มาตลอด 5 ปี
ท่านเห็นบริษัทเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างครับ?
คำถามอย่างนี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีของความสัมพันธ์
กับผู้สัมภาษณ์และได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมากขึ้น

3) ถามคำถามที่แสดงให้เห็นคุณค่าของเรา
เราอาจจะถามถึง เทคนิคหรือซอฟท์แวร์ที่เรามีทักษะอยู่
ซึ่งทำให้ผู้สัมภาษณ์อาจคิดที่จะนำมาใช้ที่บริษัท

4) ถามคำถามที่แสดงความใส่ใจกับอนาคต
อย่างเช่น
สามปีที่ผ่านมา บริษัทเจริญเติบโตอย่างมาก
เพราะการปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิต ในอนาคต
การเจริญเติบโตจะมาจากการพัฒนาเรื่องใดครับ?

5) ถามคำถามที่ช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร
เช่น
คนชนิดไหนคะ ที่จะประสพความสำเร็จในองค์กรของท่าน?
ทำไมคนจึงอยากมาทำงานที่นี่มากกว่าทำกับคู่แข่งล่ะคะ?
ทำไมคนถึงอยากทำงานที่นี่ ไม่ย้ายไปไหนล่ะคะ?
คำถามนี้จะช่วยให้เราได้รู้จักวัฒนธรรมองค์กรได้ไม่น้อยเลย

6) ถามถึงเกณฑ์การคัดเลือกคนของผู้สัมภาษณ์
ถ้าท่านต้องเลือกระหว่างผู้สมัครสองคนที่มีประสบการณ์เท่าๆกัน
และทักษะเหมือนๆกัน ท่านจะเลือกอย่างไรคะ?
แม้เราอาจจะไม่ได้รับคำตอบจริงๆ
(เช่น เขาจะเลือกคนที่ขอเงินเดือนน้อยกว่า)
แต่อย่างน้อยเราก็น่าจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง

Sobel บอกว่า การถามคำถามที่ ใช่
จะช่วยให้เราแสดงความรู้ความสามารถโดยไม่ต้องกร่าง
และจะช่วยเพิ่มโอกาสที่เราจะได้ยินคำถาม
ที่เราอยากได้ยินเป็นที่สุดคือ
คุณจะมาเริ่มงานกับเราได้เมื่อไหร่?

(ภาพประกอบจาก healthcareers.umn.edu)

ความจริงสองด้าน


เมื่อนักขายคนหนึ่งขายไม่ได้ 10 ครั้ง

เขาอาจคิดได้เป็นสองทาง…

ทางที่หนึ่ง “ขายไม่ได้ตั้ง 10 ครั้ง

หรือทางที่สอง “ขายไม่ได้แค่ 10 ครั้ง

entrepreneur-salesman-sold

ภาพจาก www.in-toronto-web-design.ca

และ เขาก็อาจคิดได้เป็นอีกสองทาง…

ทางที่หนึ่ง “เสียเวลาเปล่า ไม่ได้อะไรเลย”

หรือทางที่สอง “ค้นพบวิธีการขายที่ไม่ได้ผลตั้ง 10 วิธี”

หรือ”ค้นพบสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการขายตั้ง 10 แบบ”

images

ภาพจาก http://murfinator.com

ที่น่าสนใจอยู่ที่ว่า…

นักขายคนนี้มีสิทธิ์ 100% ที่จะเลือกว่าจะคิดแบบไหน

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ

ไม่ว่าเขาจะคิดไปในทางไหน ก็ล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น!!!

ข้อสอบโอเน็ตนะเหรอ? ยายไม่ตอบหรอก!


พระรูปหนึ่งกำลังเดินทางในต่างแดน เพื่อไปสักการะวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านอยากรู้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินอีกนานเท่าไร
จึงหยุดเพื่อถามหญิงชรา ซึ่งกำลังทำนาอยู่ว่า…

“โยม ไปวิหารศักดิ์สิทธิ์ จะต้องใช้เวลาอีกสักกี่วันล่ะ โยม”

หญิงชราผู้นั้นไม่ตอบ พระถามซ้ำอีกถึงสามครั้ง
แต่ดูเหมือนหญิงชราไม่สนใจเอาเสียเลย
พระจึงหันหลังและเดินกลับไปที่ถนน

เมื่อพระออกเดินไปได้สักครู่หนึ่ง
หญิงชราก็ตะโกนตามหลังไปว่า “สามวัน”

พระรูปนั้นก็เลยเดินย้อนกลับมาหาหญิงชราแล้วถามว่า…
“ตอนที่อาตมาถามเมื่อกี้ ทำไมโยมไม่บอกอาตมาล่ะ”

หญิงชราตอบว่า… “ก็ตอนนั้น ฉันไม่รู้ว่าท่านเดินเร็วแค่ไหน”

ถ้ายายมาเกิดเป็นเด็กในยุคนี้ ยายคงทำข้อสอบโอเน็ตไม่ได้
เพราะถ้าถามยายว่า.. หาก(วัยรุ่น)เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมา
ต้องทำอย่างไร? แล้วให้ยายเลือกตอบระหว่าง..

(ก) ชวนเพื่อนไปเตะบอล
(ข) ปรึกษาครอบครัว
(ค) พยายามนอนให้หลับ
(ง) ไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศ และ
(จ) ชวนเพื่อนไปดูหนัง

ยายก็คงไม่ยอมเลือกข้อไหน เพราะยายต้องรู้ก่อนว่า ที่ว่าเด็ก..
เกิดอารมณ์น่ะ มันพลุ่งพล่านแค่ไหน เกิดขณะที่อยู่กับใคร ที่ไหน
ครอบครัวของเด็กที่เกิดอารมณ์นี่น่ะ ความสัมพันธ์เป็นยังไง
หนังที่ว่าจะไปดูกันนี่น่ะ เป็นหนังเรตไหน
ไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศนี่น่ะไปที่ไหนและไปกันกี่คน

ยายต้องสอบตกแน่ๆ เพราะยายไม่ยอมตอบ

แต่ยังไงๆผมก็ไม่เชื่อหรอกนะว่า ยายโง่
เพราะไม่ยอมเลือกคำตอบที่มีคนกำหนดมาให้

ในโลกแห่งความเป็นจริง เคยมีคำตอบสำเร็จรูป
ให้เราเลือกเอาไปใช้ได้จริงๆด้วยเหรอ คุณว่ามั้ย??

 

(เขียนจากการอ่านเรื่องเล่าของ Allan Tan, Philosophy of Life)

ของขวัญยิ่งใหญ่สามชิ้น


ของขวัญยิ่งใหญ่สามชิ้น ที่พระเจ้าประทานให้แก่มนุษยชาติ

สูตรสามพลัง – The “OIL” Formula

พลังแห่งการสังเกต     (The Power of Observation)

พลังแห่งจินตนาการ    (The Power of Imagination)

พลังแห่งตรรกะ            (The Power of Logic)

เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษในด้านใดๆเลย

ในการดำเนินการในเรื่องต่างๆ เกือบทุกเรื่องในชีวิต

ส่วนมากสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ก็คือ สามัญสำนึก

ท่านคงเคยรู้สึกประหลาดใจที่พบว่า ท่านสามารถทำอะไรบางอย่างได้

ทั้งๆที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือมีความรู้ใดๆในเรื่องนั้นเลย

ทั้งนี้เพราะท่านใช้สามัญสำนึก

(Allan Tan, Philosophy of Life)